วิธีเปลี่ยนชื่อเครื่อง (Hostname) บน Android 3.2 Tablet

จอร์ช : เคยมั้ยที่คุณเข้าไปใน wireless router แล้วไม่รู้ว่าเครื่อง tablet คุณคือเครื่องไหน

ซาร่า : โอ้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังเจอปัญหานี้ เครื่องฉันชื่อ android_xxxxxxxxxxxxxxxx อะไรก็ไม่รู้จำย๊ากยาก

จอร์ช : วันนี้เรามีวิธีทำให้คุณจำชื่อเครื่องของคุณได้ง่ายๆ เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ซาร่า : ฉันต้องทำอย่างไหรเหรอค่ะ จอร์ช

จอร์ช : ลำดับแรกเครื่องคุณต้อง root ก่อน นะจ๊ะ

ซาร่า : ใช่ เครื่องฉัน root แล้วค่ะ ฉันต้องทำอย่างไรต่อ

จอร์ช : ผมแนะทำให้คุณติดตั้ง busybox เข้าไปด้วยเครื่องคุณจะได้ใช้คำสั่งได้เพิ่มขึ้น

ซาร่า : busybox ฉันก็ลงแล้วนะ

จอร์ช : เยี่ยมไปเลย มาว่ากันต่อ คุณต้องติดตั้งโปรแกรม Script Manager – SManager เพิ่มเข้าไปเพื่อใช้สั่งรัน shell script ที่เรากำลังจะเขียน

ซาร่า : ได้ค่ะฉันติดตั้งแล้วเหมือนกัน Shell Script มันคืออะไรเหรอค่ะ คุณจอร์ช

จอร์ช : Shell Script มันก็คือชุดคำสั่ง Script ที่ใช้รันให้โปรแกรมทำงานตามที่เรากำหนดไว้ ซึ่งในที่นี้เราจะเขียน Shell Script สำหรับเปลี่ยนชื่อ Hostname นั้นเอง

ซาร่า : แต่ฉันเขียนโปรแกรมไม่เป็นเลยนะ ฉันจะทำได้มั้ยเนี่ย

จอร์ช : โอ้วมันง่ายมากเลย ซาร่า ผมเขียนไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว คุณเพียงแค่ดาวน์โหลด มันไปจาก Link นี้เท่านั้นเอง >> chhostname.sh ดาวน์โหลดเสร็จแล้วคุณก็ใช้พวกโปรแกรม Editor แก้ไขไฟล์นี้โดยแก้บรรทัด devName=my-tablet แก้จาก my-tablet เป็นชื่อเครื่องที่คุณอยากจะตั้ง(ห้ามมี space) โดยเนื้อหาของ Script ก็จะมีประมาณนี้

#!/system/bin/sh #change devName to whatever you want. devName=my-tablet if [ "$(/system/xbin/hostname)" = "$devName" ] && [ "$(getprop net.hostname)" = "$devName" ] then echo "Device hostname does not need to be changed." else echo "Device hostname is being changed to $devName." /system/xbin/hostname $devName setprop net.hostname $devName if [ "$(/system/xbin/hostname)" != "$devName" ] && [ "$(getprop net.hostname)" != "$devName" ] then echo "Device hostname has not been changed." else echo "Device hostname has been successfully changed." fi fi

หลังจากแก้เสร็จแล้วผมแนะนำให้คุณเอาไปไว้ที่ /system/etc

ซาร่า : ฉันจะเอาไฟล์ chhostname.sh ที่คุณให้ดาวน์โหลดไปไว้ที่ /system/etc ได้ยังไงละ

จอร์ช : มันไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิด เพียงคุณใช้โปรแกรม ES File Explorer โดยไปที่เมนู Settings ของโปรแกรมจากนั้นเลือกที่ Up to Root คุณก็จะสามารถเข้าไปยัง /system/etc ได้

ซาร่า : ฉันคิดว่าฉันน่าจะพอทำได้นะ แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ

จอร์ช : เมื่อคุณนำไฟล์ chhostname.sh ไปไว้ที่ /system/etc ได้แล้ว คุณก็เปิดโปรแกรม Script Manager ขึ้นมากแล้ว Browse ไปยังตำแหน่งไฟล์ /system/etc/chhostname.sh จากนั้นเลือก is script ซึ่งปกติมันก็จะเลือกให้อยู่แล้ว เลือกรันด้วย root และให้มันรันตอน boot ด้วย จากนั้นก็กดที่ปุ่ม Run
ถ้า script ทำงานได้มันก็จะบอกคุณว่า

“Device hostname has been successfully changed.”

โอ้วแย่แค่นี้เอง ที่นี้คุณก็ลองปิดและเปิดเครื่องดูใหม่ ถ้าคุณอยากรู้ว่าชื่อเครื่องมันเปลี่ยนไปจริงหรือเปล่าคุณก็แค่ใช้พวกโปรแกรม Terminal อย่างเช่น ConnectBot เลือก connect แบบ localhost เข้าไปได้แล้วก็ใช้คำสั่ง

su

จากนั้นก็สั่ง

hostname

มันจะแสดงชื่อ hostname ที่เราเปลี่ยน อยากให้ชัวก็ใช้คำสั่ง

getprop net.hostname

ดูอีกทีแค่นี้เอง ซาร่า

ซาร่า : แล้วฉันจะลองทำดูนะค่ะ จอร์ช ขอบคุณมากเลย

จอร์ช : ด้วยความยินดีครับคุณผู้หญิง

ข้อมูลอ้างอิง : http://forum.xda-developers.com/showthread.php?t=1447930 และ http://forum.xda-developers.com/showthread.php?t=1366934

Leave a Comment June 11, 2012

วิธีปิด Snippet Messages หรือตัว Preview เนื้อหาเมล์บน Subject ของ Zimbra Web Client

How to นี้เกิดจากมี User รายนึงแจ้งปัญหาว่าทำไมที่ Subject mail ถึงมีตัวหนามาก(เมล์ที่ยังไม่ได้อ่าน) หนาบาง(เมล์ที่เปิดอ่านแล้ว) และบางสุดๆ ซึ่งก็คือตัว Snippet messages preview นั้นเอง ด้วยคำถามนั้นทำให้ผมอยากรู้จนต้อง Search หาคำตอบให้กับตัวเองจนไปเจอตำตอบใน http://www.zimbra.com/forums/administrators/40160-cos-email-snippet-setting.html
ตัวอย่าง Snippet ที่ถูกตั้งมาเป็น Default
zimbraPrefShowFragments TRUE
ถ้าหากเราปิดตัว Snippet แล้วจะเป็นอย่างนี้ครับ คือจะไม่มี Messages preview
zimbraPrefShowFragments FALSE

สำหรับวิธีปิด Snippet นี้สามารถทำได้โดยการใช้คำสั่ง

[root@agomail2 ~]# su - zimbra [zimbra@agomail2 ~]$ zmprov mc YourCOSName zimbraPrefShowFragments FALSE

โดยเปลี่ยน YourCOSName เป็นชื่อ COS ของเราเอง
จบครับ

Leave a Comment June 8, 2012

วิธีแก้ปัญหาเมื่อส่งเมล์ Zimbra เข้า Distribution Lists แล้ว Web Client มองเป็น Spam และเข้า Junkbox

ปัญหานี้เจอหลัง Migrate Mail Server ให้ลูกค้าครับ
เจอตอนทดสอบส่งเมล์เข้า Distribution Lists หรือ Group นั้นเอง
ปัญหานี้เกิดจาก Zimbra มองว่าพฤติกรรมการส่งเมล์จาก mail เดียวไปยัง Distribution Lists นั้นเหมือนการส่งแบบกระจายสุ่มเสี่ยงต่อการเป็น Spam
มันเลย Filter เมล์นั้นเข้าไปไว้ใน Junkbox หรือ อีเมลขยะ
วิธีแก้นั้นไม่ยากครับเพียงแค่เราไปแก้ไขคอนฟิกไฟล์ของ Zimbra เล็กน้อยแค่บรรทัดเดียวโดยแก้ไขไฟล์
/opt/zimbra/conf/amavisd.conf.in ให้ค่าของ $log_level = 2;
สามารถตรวจสอบได้โดย

root@mail2:~ # cat /opt/zimbra/conf/amavisd.conf.in | grep "log_level =" $log_level = 1; # verbosity 0..5 - 1 is the minimum for msg tracing root@mail2:~ #

หาก $log_level = 1; อยู่ให้แก้เป็น 2

root@mail2:~ # cat /opt/zimbra/conf/amavisd.conf.in | grep "log_level =" $log_level = 2; # verbosity 0..5 - 1 is the minimum for msg tracing root@mail2:~ #

แก้ไขแล้วก็สั่ง restart service

root@mail2:~ # su - zimbra zimbra@mail2:~ $ /opt/zimbra/bin/zmamavisdctl restart

เพียงเท่านี้ก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้วครับ
อ้างอิง : http://www.zimbra.com/forums/administrators/39769-solved-we-geting-spam-our-distribution-list.html#post183571

Leave a Comment June 5, 2012

แนะนำแอพฟังเพลงบน Android (MortPlayer and Music Tag Fixer)

สำหรับใครที่ใช้ Android ผมขอแนะนำสองโปรแกรมนี้เลยครับ
1. MortPlayer Music ตัวนี้เป็นตัว Player ครับฟรีใช้ง่าย
2. Music Tag Fixer ตัวนี้เป็นโปรแกรม fix ภาษาไทยให้กับตัว Player สำหรับใครที่เปิดเพลงแล้วเป็นภาษายึกยือหรือภาษาต่างดาวอ่านไม่ออก ใช้ตัวนี้แก้ได้เลย

Leave a Comment June 4, 2012

วิธีติดตั้ง HP System Management Homepage บน Ubuntu 10.04 (Lucid)

HP System Management Homepage เป็น Software ช่วยในการตรวจสอบดูสถานะของอุปกรณ์ของ HP ปกติเวลาเราซื้อ Server HP มาก็จะมีแผ่น HP Smart Start แถมมาให้เพื่อช่วยในการจัดการ Disk RAID และช่วยในการติดตั้ง Windows และเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็จะมีไอคอน HP System Management Homepage ไว้ที่ Desktop ให้พร้อมใช้งาน แต่ถ้าเป็น Linux เราจำเป็นต้อง Download มาติดตั้งเอง ซึ่งสำหรับ Ubuntu นั้น HP ได้มี Repository ให้เรียบร้อยติดตั้งง่าย โดยมีขั้นตอนติดตั้งดังนี้

1. เพิ่ม Repository ของ HP เข้าไปโดยใช้คำสั่ง

[root@server1 ~]# echo "deb http://downloads.linux.hp.com/SDR/downloads/ProLiantSupportPack/ lucid current/non-free" > /etc/apt/sources.list.d/hp.list

2. สั่ง apt-get update
3. ติดตั้ง Package ดังนี้

[root@server1 ~]# apt-get install snmpd hp-health hpacucli hponcfg hpsmh hp-snmp-agents hp-smh-templates cpqacuxe

4. ติดตั้งเสร็จแล้วก็สั่ง hpsnmpconfig เพื่อ config snmp สำหรับอุปกรณ์ hp อีกนิดหน่อย

[root@server1 ~]# hpsnmpconfig 

This configuration script will configure SNMP to integrate with the HP SIM and
the HP System Management Homepage by editting the snmpd.conf file. The HP-SNMP-Agents can also exist in a more secure
SNMP environment (e.g. VACM) that you have previously configured. See the
hp-snmp-agents(4) man page for specific details on how to configure the VACM entries
in the 'snmpd.conf' file. You may press  now to exit now if needed.

Do you wish to use an existing snmpd.conf (y/n) (Blank is n): 

You will now be asked a series of SNMP configuration questions.  How you answer
these question will affect the way SNMP behaves.  Configuring SNMP could have
security implications on your system. If you are not sure how to answer a
question, you can abort by pressing  and no changes will be made to
your SNMP configuration.

Enter the localhost SNMP Read/Write community string
(one word, required, no default):
Re-enter the same input to confirm:
ACCEPTED: inputs match!

Enter localhost SNMP Read Only community string
(one word, Blank to skip):
Re-enter the same input to confirm:
ACCEPTED: inputs match!

Enter Read/Write Authorized Management Station IP or DNS name
(Blank to skip):
Enter Read Only Authorized Management Station IP or DNS name
(Blank to skip):
Enter default SNMP trap community string
(One word; Blank to skip):
Enter SNMP trap destination IP or DNS name
(One word; Blank to skip):
Enter system contact infomation
(Name, phone, room, etc; Blank to skip):
Enter system location infomation
(Building, room, etc; Blank to skip): 

==============================================================================
NOTE: New snmpd.conf entries were added to the top of /etc/snmp/snmpd.conf
==============================================================================
snmpd is started
[root@server1 ~]#

5. จากนั้นก็สร้าง restart service hp-snmp-agents hp-health hpsmhd

[root@server1 ~]# /etc/init.d/hp-snmp-agents restart
[root@server1 ~]# /etc/init.d/hp-health restart
[root@server1 ~]# /etc/init.d/hpsmhd restart

6. ทดสอบเรียก https://your_ip_server:2381 ดูครับ

HP System Management Homepage Login

7. Login ด้วย User root นะครับ สำหรับใครที่ sudo -s หรือ sudo su เพื่อเป็น root จะเป็นต้องกำหนดกำหนดรหัสผ่านให้ root โดยใช้คำสั่งดังนี้

[root@server1 ~]# passwd root

8. ทดสอบ Login ดูครับผม
HP System Management Homepage Logged on

จบ

Leave a Comment May 21, 2012

Zentyal RADIUS EAP/TLS Authentication Fail

คาใจอยู่หลายวันครับกับ zentyal radius กับการ config ieee 802.1x แล้วเจอปัญหาดังด้านล่าง

Fri May 18 12:53:37 2012 : Auth: Login incorrect: [mrgill] (from client 172.11.5.64/26 port 0 via TLS tunnel)
Fri May 18 12:53:37 2012 : Auth: Login incorrect: [mrgill] (from client 172.11.5.64/26 port 16814082 cli 8c73-6eb7-b57d)

การติดตั้ง
ผมติดตั้งตัว zentyal-users, zentyal-userconrner และ zentyal-radius ทำยังไงตอน authen 802.1x ก็ไม่ผ่านโดยฟ้อง error ใน /var/log/freeradius/radius.log ตามด้านบน

สุดท้ายไป Search เจอใน http://trac.zentyal.org/ticket/3579 บอกว่าถ้าต้องการจะให้ zentyal-radius รองรับ PEAP หรือ MSCHAPv2 ต้องติดตั้งตัว File Sharing เข้าไปด้วยหรือก็คือตัว zentyal-samba นั้นเอง
หลังจากสั่ง apt-get install zentyal-samba ผมปรากฏว่า Authen ผ่านทันที

Fri May 18 13:27:57 2012 : Auth: Login OK: [mrgill] (from client 172.11.5.64/26 port 0 via TLS tunnel)
Fri May 18 13:27:57 2012 : Auth: Login OK: [mrgill] (from client 172.11.5.64/26 port 16814082 cli 8c73-6eb7-b57d)

ปัญหาต่อมาตอนนี้คือ Authen ที่ Radius ผ่านแล้วแต่ตัว Port ไม่ยอม Enable จงสู้ต่อไป Takashi

Leave a Comment May 18, 2012

การ Config SAN Multipath I/O บน Ubuntu Server

สวัสดีครับ วันนี้จะมาแนะนำวิธีการคอนฟิก Multipath I/O สำหรับ SAN Storage บน Ubuntu Server กันครับ
อะไรคือ Multipath ตามความเข้าใจของผมคือ สมมติว่าเราสร้าง Volume หรือ LUN ไว้บน Storage ไว้ 1 Volume/LUN แต่เรา Present Volume หรือ LUN นั้นออกมาจาก Port FC 2 Port เพื่อป้องกันการ Fail ของอุปกรณ์ จะทำให้เครื่อง Server เห็น Volume/LUN นั้นเป็น Disk 2 ลูก ทั้งที่จริงแล้วมันคือ Volume/LUN เดียวกัน ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำการ Map ให้เครื่อง Server ของเราเห็น Disk เพียงลูกเดียวด้วยการทำ Multipath

ในตัวอย่างนี้ผมใช้ Ubuntu 10.04.3 LTS Server กับ SAN Storage HP MSA P2000 นะครับ

สำหรับ Ubuntu นั้นมี Package ตัวนึงที่ชื่อ multipath-tools ซึ่งเราสามารถติดตั้งด้วยใช้คำสั่ง

root@server1:~# apt-get install multipath-tools

ติดตั้งเสร็จแล้วก็ทำการสร้างไฟล์ /etc/multipath.conf โดยจะคำสั่ง vi สร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่หรือจะใช้ cat ตามตัวอย่างด้านล่างก็ได้

root@server1:~# cat <<EOF > /etc/multipath.conf
defaults {
       user_friendly_names     yes
       path_grouping_policy    group_by_serial
       path_checker            tur
}

blacklist {
       devnode "^(ram|raw|loop|fd|md|dm-|sr|scd|st)[0-9]*"
       devnode "^sda"
       # blacklist any other locally attached block devices here
}
EOF

จากนั้นสั่ง restart service multipath-tools สักรอบ

root@agoldap:~# /etc/init.d/multipath-tools restart

ดูผลด้วยคำสั่ง multipath -lv

root@server1:~# multipath -lv
mpath0 (3600c0ff000134ec320b7334f02000000) dm-0 ,
[size=149G][features=0][hwhandler=0]
\_ round-robin 0 [prio=0][active]
 \_ #:#:#:#  -   #:#   [active][undef]
\_ round-robin 0 [prio=0][enabled]
 \_ 0:0:1:14 sdb 8:16  [active][undef]
\_ round-robin 0 [prio=0][enabled]
 \_ 1:0:0:14 sdc 8:32  [active][undef]
\_ round-robin 0 [prio=0][enabled]
 \_ 1:0:1:14 sdd 8:48  [active][undef]

ผมก็จะได้ประมาณนี้ โดยเวลาเราจะอ้างถึง raw disk ก็อ้างชื่อเป็น mpath0 ซึ่งอยู่ใน /dev/mapper/mpath0
ลองทดสอง fdisk กันเลย

root@server1:~# fdisk /dev/mapper/mpath0

WARNING: DOS-compatible mode is deprecated. It's strongly recommended to
         switch off the mode (command 'c') and change display units to
         sectors (command 'u').

Command (m for help): p

Disk /dev/mapper/mpath0: 160.0 GB, 160000000000 bytes
255 heads, 63 sectors/track, 19452 cylinders
Units = cylinders of 16065 * 512 = 8225280 bytes
Sector size (logical/physical): 512 bytes / 512 bytes
I/O size (minimum/optimal): 512 bytes / 512 bytes
Disk identifier: 0x8ca1da99

              Device Boot      Start         End      Blocks   Id  System
/dev/mapper/mpath0p1   *           1       19452   156248158+  83  Linux

Command (m for help): d
Selected partition 1

Command (m for help): p

Disk /dev/mapper/mpath0: 160.0 GB, 160000000000 bytes
255 heads, 63 sectors/track, 19452 cylinders
Units = cylinders of 16065 * 512 = 8225280 bytes
Sector size (logical/physical): 512 bytes / 512 bytes
I/O size (minimum/optimal): 512 bytes / 512 bytes
Disk identifier: 0x8ca1da99

              Device Boot      Start         End      Blocks   Id  System

Command (m for help): n
Command action
   e   extended
   p   primary partition (1-4)
p
Partition number (1-4): 1
First cylinder (1-19452, default 1):
Using default value 1
Last cylinder, +cylinders or +size{K,M,G} (1-19452, default 19452):
Using default value 19452

Command (m for help): p

Disk /dev/mapper/mpath0: 160.0 GB, 160000000000 bytes
255 heads, 63 sectors/track, 19452 cylinders
Units = cylinders of 16065 * 512 = 8225280 bytes
Sector size (logical/physical): 512 bytes / 512 bytes
I/O size (minimum/optimal): 512 bytes / 512 bytes
Disk identifier: 0x8ca1da99

              Device Boot      Start         End      Blocks   Id  System
/dev/mapper/mpath0p1               1       19452   156248158+  83  Linux

Command (m for help): w
The partition table has been altered!

Calling ioctl() to re-read partition table.

WARNING: Re-reading the partition table failed with error 22: Invalid argument.
The kernel still uses the old table. The new table will be used at
the next reboot or after you run partprobe(8) or kpartx(8)
Syncing disks.

ดู Partition ที่เราสร้างโดยการเข้าไปเช็คที่ /dev/mapper

root@server1:~# cd /dev/mapper/
root@server1:/dev/mapper# ls -l
total 0
crw-rw---- 1 root root  10, 59 2012-05-15 14:14 control
brw-rw---- 1 root disk 251,  0 2012-05-15 15:25 mpath0
brw-rw---- 1 root disk 251,  1 2012-05-15 15:25 mpath0-part1
root@server1:/dev/mapper#

Partition ที่เราเพิ่งสร้างคือ mpath0-part1
ทีนี้ลองมา format มันเป็น ext4 กัน

root@server1:~# mkfs.ext4 /dev/mapper/mpath0-part1
mke2fs 1.41.11 (14-Mar-2010)
Filesystem label=
OS type: Linux
Block size=4096 (log=2)
Fragment size=4096 (log=2)
Stride=0 blocks, Stripe width=0 blocks
9773056 inodes, 39062039 blocks
1953101 blocks (5.00%) reserved for the super user
First data block=0
Maximum filesystem blocks=4294967296
1193 block groups
32768 blocks per group, 32768 fragments per group
8192 inodes per group
Superblock backups stored on blocks:
	32768, 98304, 163840, 229376, 294912, 819200, 884736, 1605632, 2654208,
	4096000, 7962624, 11239424, 20480000, 23887872

Writing inode tables: done
Creating journal (32768 blocks): done
Writing superblocks and filesystem accounting information: done

This filesystem will be automatically checked every 34 mounts or
180 days, whichever comes first.  Use tune2fs -c or -i to override.

เสร็จแล้วก็ลอง mount ไปใช้ดู

root@server1:~# mount /dev/mapper/mpath0-part1 /backup
root@server1:~# df -h
Filesystem            Size  Used Avail Use% Mounted on
/dev/cciss/c0d0p1     130G  2.1G  121G   2% /
none                  3.9G  236K  3.9G   1% /dev
none                  4.0G     0  4.0G   0% /dev/shm
none                  4.0G  104K  3.9G   1% /var/run
none                  4.0G     0  4.0G   0% /var/lock
none                  4.0G     0  4.0G   0% /lib/init/rw
none                  130G  2.1G  121G   2% /var/lib/ureadahead/debugfs
/dev/mapper/mpath0-part1
                      147G  188M  140G   1% /backup

หากต้องการจะให้มัน mount เองทุกครั้งตอนเปิดเครื่องก็เข้าไปแก้ไขไฟล์ /etc/fstab เองนะครับ
เป็นอันเสร็จครับ

แหล่งข้อมูล : https://www.sit.auckland.ac.nz/Configuring_SAN_access_with_Linux_multipath

Leave a Comment May 15, 2012

วิธีดู WWN ของ FC HBA Card บน Solaris 10

บน Solaris 10 มีคำสั่ง fcinfo ที่สามารถใช้ตรวจสอบ FC HBA Card ได้ว่ามีค่า WWN อะไร
โดยการใช้คำสั่ง

root@maindb01 # fcinfo hba-port HBA Port WWN: 21000024ff38c336 OS Device Name: /dev/cfg/c1 Manufacturer: QLogic Corp. Model: 371-4325-02 Firmware Version: 05.04.03 FCode/BIOS Version: BIOS: 2.02; fcode: 2.03; EFI: 2.01; Serial Number: 0402L00-1134992774 Driver Name: qlc Driver Version: 20110321-3.05 Type: N-port State: online Supported Speeds: 2Gb 4Gb 8Gb Current Speed: 8Gb Node WWN: 20000024ff38c336 HBA Port WWN: 21000024ff38c337 OS Device Name: /dev/cfg/c2 Manufacturer: QLogic Corp. Model: 371-4325-02 Firmware Version: 05.04.03 FCode/BIOS Version: BIOS: 2.02; fcode: 2.03; EFI: 2.01; Serial Number: 0402L00-1134992774 Driver Name: qlc Driver Version: 20110321-3.05 Type: N-port State: online Supported Speeds: 2Gb 4Gb 8Gb Current Speed: 8Gb Node WWN: 20000024ff38c337

แค่นี้เราก็ทราบว่า Port 1 WWN : 21000024ff38c336 และ Port 2 WWN : 21000024ff38c337
จบ

Leave a Comment March 22, 2012

การเคลียร์ history log ของ bash shell บน linux

มาเร็วไปเร็วอีกแล้วครับ
ปกติเวลาเราสั่ง history มันก็จะแสดง list คำสั่งที่เราเคยสั่งไปก่อนหน้ามา

root@mrgill-laptop:~# history ... 1785 transcode 1786 transcode -h 1787 apt-get update 1788 apt-get upgrade 1789 cd Desktop/ 1790 dpkg -i virtualbox-4.1_4.1.10-76795~Ubuntu~oneiric_amd64.deb 1791 apt-get update 1792 apt-get upgrade 1793 apt-get update 1794 ssh sysadmin@172.11.99.67 1795 apt-get update 1796 apt-get upgrade 1797 apt-get dist-upgrade 1798 apt-get update 1799 apt-get upgrade 1800 clear 1801 history root@mrgill-laptop:~#

หากต้องการเคลียร์ทั้งหมดใช้

root@mrgill-laptop:~# history -c

หากต้องการเคลียร์เฉพาะ current session ใช้ -r

root@mrgill-laptop:~# history -r

จบ

Leave a Comment March 22, 2012

วิธีแปลง Unix Time (POSIX Time) เป็นเวลาที่คนธรรมดาอ่านรู้เรื่องบน Linux

วันนี้เป็น Tip สั้นๆ ครับมาไวไปไว สำหรับใครที่ไปเจอ Unix time แล้วอ่านไม่รุ้เรื่องว่ามันคืออะไรลองเอาคำสั่งนี้ไปใช้ดูครับ
ใช้คำสั่ง date -d @xxxxxxxxxx

root@agoldap:~# date -d @xxxxxxxxxx

โดยที่ xxxxxxxxxx เป็น unix time ที่เราต้องการจะ convert

ตัวอย่าง

root@agoldap:~# date +%s 1332144867 root@agoldap:~# root@agoldap:~# root@agoldap:~# root@agoldap:~# root@agoldap:~# date -d @1332144666 Mon Mar 19 15:11:06 ICT 2012 root@agoldap:~#

จบ

ข้อมูลเกี่ยวกับ Unix time : http://en.wikipedia.org/wiki/Unix_time

Leave a Comment March 19, 2012


Recent Entries

Random Posts

Social Network

Tag Cloud

Calendar

April 2017
S M T W T F S
« Jun    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

Twitter: imrgill

RSS LinuxToday

RSS HowToForge

RSS UbuntuClub

RSS Blognone

RSS PowerWindowsBlog

Tag

Categories

Archives

Blogroll