Category: How to

แก้ปัญหา ntfs-config ไม่ทำงานบน Ubuntu 10.10

เพิ่งลง ubuntu 10.10 ใหม่ครับ ผมต้องการให้มัน mount drive c, d ของ windows อัตโนมัติ ก็ลองติดตั้ง ntfs-config ด้วย

mrgill@mrgill-laptop:~$ sudo apt-get install ntfs-config

แบบปกติแต่พอสั่งรันมันก็ไม่มีหน้าต่างใดๆ ปรากฎให้เห็น
ลองสั่งรันใน terminal ดูก็จะมี error ว่าไม่เจอ path /etc/hal/fdi/policy
ก็เลยลองสร้างไดเร็กทอรีดังกล่าวดูโดย

mrgill@mrgill-laptop:~$ sudo mkdir -p /etc/hal/fdi/policy

ลองเปิด ntfs-config ดูอีกรอบก็จะสามารถรัน ntfs-config ได้แล้ว

Share/Save

Leave a Comment November 30, 2010

รัน emesene บน root ได้ด้วยหรือ

หางหายกันไปเสียนาน ก็งานมันยุ่งนี่ ไม่ค่อยมีเวลามา update blog เลย วันนี้โอกาสดี เพิ่งเล่น msn คุยกะพี่โสทร ก็คุยกันนานเพราะไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ถามไปถามมาเรื่องใช้โปรแกรมอะไรเล่น msn กัน พี่โสก็บอกว่าแกใช้ amsn แต่ผมใช้ emesene แกบอกว่า emesene รันบน root ไม่ได้ พี่แก login root ตลอดแกบอกว่าขี้เกียจ sudo แล้วอยู่ พี่โสก็บอกมาว่าถ้าจะรัน emesene ด้วยด้วยต้องมี option ด้วยตามนี้ emesene –i-know-that-running-emesene-as-root-is-bad แหม option อลังการดีแท้

เรามาลองดูกันว่าถ้ารัน emesene ด้วย root จะเกิดอะไรขึ้น

emesene as root

รันไม่ได้ แต่ถ้าคุณยอมรับความเสี่ยงก็ใช้ option –i-know-that-running-emesene-as-root-is-bad

มาดูการรันด้วยคำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# emesene --i-know-that-running-emesene-as-root-is-bad

emesene on root

รันได้แว้ววว

ขอบคุณพี่โส สำหรับเนื้อหาบทความนี้

Leave a Comment November 29, 2010

วิธีการ Resize รูปภาพด้วย ImageMagick บน Ubuntu

สวัสดีครับ วันนี้ทำทิปการ Resize แบบ Batch resize ด้วยโปรแกรม ImageMagick มาฝากกัน สำหรับใครที่ใช้ Windows อยู่ก็คงคุ้นเคยกับการ Resize รูปภาพด้วยโปรแกรม ACDSee กันเป็นอย่างดี มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

1. คุณต้องติดตั้งโปรแกรม ImageMagick ก่อนโดย

mrgill@mrgill-laptop:~$ sudo apt-get install imagemagick

เมื่อติดตั้งโปรแกรม ImageMagick แล้วคุณก็จะได้เจ้าโปรแกรม mogrify มาด้วย ซึ่งนี้แหละคือพระเอกของเราในวันนี้

2. มาเริ่มทำการ Resize ภาพกันเลยโดยให้คุณ Copy Directory ที่มีรูปภาพที่ต้องการออกมาเป็นอีก Directory นึง ตัวอย่าง

mrgill@mrgill-laptop:~$ cp -r /media/d/Pic_Original_Size /media/d/Pic_Resize

3. ใช้คำสั่ง mogrify ในการ resize กันได้เลยโดยใน Directory ผมจะมีไฟล์รูปภาพ .JPG อยู่

mrgill@mrgill-laptop:~$ cd /media/d/Pic_Resize
mrgill@mrgill-laptop:~$ mogrify -resize 640 *.JPG

ขั้นตอนด้านบนคือผมทำการ Resize รูปภาพที่ผมถ่ายมาซึ่งมีขนาด 2592×1944 px ให้กลายเป็นเป็น 640×480 px ทั้งหมด (*.JPG)

ลองนำไปใช้กันดูครับผมว่ามันสะดวกกว่ามานั่ง Scale Image กับ The Gimp นะ อิอิ

September 18, 2010

ตัวอย่างการสร้าง Zone บน Solaris 10

ได้รับมอบหมายงานด่วนมาอีกเช่นเคย โจทย์คือมีเครื่อง Sun มาให้ 1 เครื่อง(Host) แล้วทำ Virtualization บนเครื่อง Sun อีก 3 เครื่อง(Guest) พี่เค้า Guide มาให้ว่าไปศึกษาเรื่อง Zone มา ก็ไปเจอข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศเว็บนึง เลยขอนำมาแปะไว้เป็นวิทยาทานสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาเรื่อง Solaris Containers (Zone) ครับ
สรุปโดยคร่าวๆ ตามที่ผมเข้าใจได้ว่า Zone เป็น Virtualization รูปแบบนึงซึ่งเป็นของ Sun ผู้ดูแลระบบไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Software ใดๆ เพิ่มเติม สำหรับตัวอย่างขั้นตอนการ Config ดูได้จากด่านล่าง

------ Creating a Zone in Solaris 10 ------
-------------------------------------------

To view a list and status of currently installed zones:
------------------------------------------------------

# zoneadm list -vi 

  ID NAME             STATUS         PATH
   0 global           running        /
   1 jumpstart        running        /u01/zones/jumpstart

To create a new zone:
--------------------

# zonecfg -z <zonename>
     (if the zone has not been configured at all previously, you will receive:

<zonename> No such zone configured
Use 'create' to begin configuring a new zone.
                                                                              )
a full example of zone creation for a zone called 'zone1':
---------------------------------------------------------

# zonecfg -z zone1
zone1: No such zone configured
Use 'create' to begin configuring a new zone.
zonecfg:zone1> create
zonecfg:zone1> set zonepath=/u01/zones/zone1
zonecfg:zone1> set autoboot=true
zonecfg:zone1> add fs
zonecfg:zone1:fs> set dir=/opt
zonecfg:zone1:fs> set special=/opt
zonecfg:zone1:fs> set type=lofs
zonecfg:zone1:fs> add options [ro,nodevices]
zonecfg:zone1:fs> end
zonecfg:zone1> verify
zonecfg:zone1> add net
zonecfg:zone1:net> set address=10.67.1.151/24
zonecfg:zone1:net> set physical=eri0
zonecfg:zone1:net> end
zonecfg:zone1> verify
zonecfg:zone1> commit
zonecfg:zone1> exit
#
# zoneadm -z zone1 install
Preparing to install zone <zone1>.
Creating list of files to copy from the global zone.
Copying <1887> files to the zone.
Initializing zone product registry.
Determining zone package initialization order.
Preparing to initialize <951> packages on the zone.
Initialized <951> packages on zone.
Zone  is initialized.
Installation of <1> packages was skipped.
Installation of these packages generated warnings:
The file  contains a log of the zone installation.
# zoneadm -z zone1 boot
# zlogin -e \@ -C zone1                               # -e sets the escape sequence for console session
[Connected to zone 'zone1' console]                                  

To Delete a Zone Permanently:
----------------------------

zoneadm -z <zonename> halt
zoneadm -z <zonename> uninstall
zonecfg -z <zonename> delete

To Delete a zone in a weird state:
---------------------------------

If the install get interrupted, or the configuration has problems, the zone can end up in an incomplete
state.  In this state, it is difficult to uninstall or delete, or continue the configuration.  To remove
the incomplete zone and start fresh, do the following:

1. remove the zone entry in /etc/zones/index:

        global:installed:/
        zone1:installed:/u01/zones/zone1
        zone2:installed:/u01/zones/zone2
        zone3:incomplete:/u01/zones/zone3            <-----------

2. delete the xml file associated with the zone under /etc/zones

3. delete the directory associated with the zone (if it has been created)

ข้อมูลจาก : http://www.camelrichard.org/topics/Solaris/Creating_a_Zone_in_Solaris_10
รายละเอียดเพิ่มเติม : Consolidating Server and Applications with Solaris Containers.pdf

1 Comment September 1, 2010

วิธีแก้ปัญหา CUPS Print หน้า Classified ออกมาก่อนงานที่สั่งพิมพ์

ไม่ทราบว่าใครเคยเจอปัญหา CUPS Print หน้า Classified ที่แสดงยี่ห้อ Printer และรายละเอียดอื่นๆ บ้างครับ มันเป็นปัญหาคาใจผมมานานละ วันนี้นั่ง Print งานให้เพื่อน ก็เลยต้องสะสางกับมันสักทีเพราะมันทำให้เปลืองกระดาษมาก ขึ้นชื่อว่า Classified ผมก็ลองเข้าไปหาใน /etc/cups ลองเข้าไปในไฟล์ classes.conf แต่ปรากฎว่ายังไม่ใช่คำตอบ มองหาในไฟล์ /etc/cups.conf ก็ยังไม่ใช่ ก็เลยลองเปิดไฟล์ /etc/cups/printers.conf ก็เจอบรรทัดน่าสงสัย นั้นก็คือบรรทัด

Info Ricoh Aficio AP610N Location 10.30.1.201 MakeModel Ricoh Aficio AP610N , Postscript-Ricoh 20090617 (OpenPrinting LSB 3.2) DeviceURI socket://10.30.1.201:9100 State Idle StateTime 1280749475 Type 8433876 Filter application/vnd.cups-raw 0 - Filter application/vnd.cups-postscript 0 foomatic-rip Accepting Yes Shared Yes JobSheets classified none QuotaPeriod 0 PageLimit 0 KLimit 0 OpPolicy default ErrorPolicy retry-job Attribute marker-colors \#000000,#000000 Attribute marker-levels -1,-1 Attribute marker-names Toner,Waste Toner Attribute marker-types toner,wasteToner Attribute marker-change-time 1280749475

ตอนแรกผมลองโดยการใส่ # ไว้หน้าบรรทัด JobSheets ไว้แล้วลอง Restart CUPS

root@mrgill-laptop:~# /etc/init.d/cups restart  * Restarting Common Unix Printing System: cupsd                                                                                                      [ OK ]

แล้วลองสั่ง print งานใหม่
ผลออกมาเป็นอย่างที่คิด นั้นคือหน้า classified หายไปแว้วววว เย้
ที่นี้ผมลองกลับไปดูที่ไฟล์ /etc/cups/printers.conf ปรากฎว่าไฟล์ /etc/cups/printers.conf ได้เปลี่ยนจาก JobSheets classified none เป็น

Info Ricoh Aficio AP610N Location 10.30.1.201 MakeModel Ricoh Aficio AP610N , Postscript-Ricoh 20090617 (OpenPrinting LSB 3.2) DeviceURI socket://10.30.1.201:9100 State Idle StateTime 1280749475 Type 8433876 Filter application/vnd.cups-raw 0 - Filter application/vnd.cups-postscript 0 foomatic-rip Accepting Yes Shared Yes JobSheets none none QuotaPeriod 0 PageLimit 0 KLimit 0 OpPolicy default ErrorPolicy retry-job Attribute marker-colors \#000000,#000000 Attribute marker-levels -1,-1 Attribute marker-names Toner,Waste Toner Attribute marker-types toner,wasteToner Attribute marker-change-time 1280749475

ใครเจอปัญหานี้รบกวนจิตใจอยู่ ก็ลองทำวิธีนี้ไปแก้ปัญหากันดูนะครับ ;)

Leave a Comment August 2, 2010

การติดตั้ง Ultrasurf บน Ubuntu 10.04

สวัสดีครับ ไม่ค่อยมีเวลา update blog สักเท่าไหร่ วันนี้ว่างๆ หลังเลิกงานก็เลยมาเขียนไรเล่นซะหน่อย ติดจากที่บริษัทผม block facebook/twitter ในช่วงเวลาทำงานปกติ จะเปิดอีกทีก็โน้นหลังห้าโมงเลย แต่ทำงานบางทีมันเครียดๆ อะนะครับ อยากจะไปดูรูปสาวๆ ให้มันชื่นหัวใจ ก็ต้องหาวิธีแหกกฎกันบ้าง ก็ต้องหาโปรแกรมมาช่วยโปรแกรมยอดฮิตใน Windows คงหนีไม่ได้ Ultrasurf ใน Linux ก็มีโปรแกรมที่ทำงานคล้าย Ultrasurf เหมือนกันชื่อ tor + privoxy แต่ค่อนข้าง config ลำบากนิดนึง วันนี้ผมเลยเอา Ultrasurf ที่รันบน Windows มารันบน Ubuntu ซะเลย โดยใช้โปรแกรม Wine เข้ามาช่วย เรามาดูขั้นตอนการทำกัน

0. ติดตั้งโปรแกรม wine โดยใช้คำสั่ง

mrgill@mrgill-laptop:~$ sudo apt-get install wine

1. เข้าไปในเว็บ http://www.ultrareach.com/ จากนั้นดาวน์โหลด Ultrasurf มาโดยเวอร์ชันปัจจุบันคือ Ultrasurf 9.97

2. เมื่อโหลดมาแล้วก็เอาไปแตกไว้ในที่เราชอบได้เลย ซึ่งเมื่อแตกไฟล์ zip ออกมาแล้วก็จะได้ไฟล์ u997.exe

เมื่อแตกไฟล์ zip ออกมาก็จะได้ไฟล์ u997.exe

(more…)

Leave a Comment July 29, 2010

วิธีติดตั้ง emesene 1.6.3 บน ubuntu 9.10

ใครที่ใช้ ubuntu และชอบเล่น msn กับโปรแกรม emesene ก็คงรู้ว่าเวอร์ชัน emesene บน ubuntu ก็คือ 1.6.1 ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านเค้าไปเวอร์ชัน 1.6.2 กันแล้ว และตอนนี้ก็เพิ่งมีเวอร์ชัน 1.6.3 ออกมา แล้วทำไมเราต้องรอให้มี .deb ออกมาเล่า เรามา update โปรแกรมกันเองเลยดีกว่า

ขั้นตอน
1. เข้าไปในหน้า http://emesene.org/download.html แล้วลงมาด้านล่างสุดของหน้าจะมีลิงค์ให้โหลดไฟล์ Source tarball คลิกไปให้ว่อง

2. เมื่อได้ไฟล์ emesene-1.6.3.tar.gz มาแล้วก็ให้ extract ออกมา เราก็จะได้ไดเรกทอรี emesene-1.6.3

3. backup ไดเรกทอรี /usr/share/emesene เดิมเก็บไว้ก่อนก็ได้กันเหนียวโดยใช้คำสั่ง

mrgill@mrgill-laptop:~$ sudo mv /usr/share/emesene/ /usr/share/emesene_backup

4. ย้ายไดเรกทอรี emesene-1.6.3 ไปไว้ที่ /usr/share/emesene โดยใช้คำสั่ง

mrgill@mrgill-laptop:~$ sudo mv emesene-1.6.3 /usr/share/emesene

5. พร้อมสนุกกับ emesene 1.6.3 กันแล้ว

good luck ;)

Leave a Comment July 13, 2010

HP ProLiant ML350 Gx And Windows Server 2008 Hyper-V Hypervisor is not running

ใครเจอปัญหารัน Hyper-V แล้วขึ้น Error “The virtual machine could not be started because the hypervisor is not running” ทั้งที่เราก็เปิด Hardware Virtualization ใน BIOS แล้วลองเข้าไปใน BIOS แล้ว Enable Advanced>Processor Options>No-Execute Memory ดูครับ

1 Comment May 15, 2010

Daily Tips : วิธีเปิด X Windows มากกว่าหนึ่งหน้าจอ

วันนี้ได้รับ News letter จากเว็บ cyberciti.biz ฉบับนึงมีบทความน่าสนใจเรื่อง Linux / UNIX: Run Multiple X Sessions ผมเลยคลิกตามไปดู ก็เป็นเรื่องการ Start X Windows ของ Linux ขึ้นมาอีก Session นึงนั่นเอง Vivek เค้าเขียนบอกไว้ว่า ปกติแล้วเวลาที่เราเปิด Linux ขึ้นมาแล้วเข้าหน้า X Windows แล้ว X Windows นั้นจะอยู่ที่ Screen 0 เราสามารถ Start X Windows เพิ่มเติมได้อีกโดยการกำหนดหมายเลข Screen ต่อท้าย

ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. กด CTRL + ALT + F1 เพื่อเข้าหน้า Console tty1 แล้วกรอกข้อมูล login ให้เรียบร้อย
2. รันคำสั่ง startx

mrgill@mrgill-laptop:~$ starx -- :1

3. หากต้องการรัน X Windows เพิ่มอีก Session ก็ให้กด CTRL + ALT + F2 แล้วกรอกข้อมูล login ให้เรียบร้อยเหมือนเดิม จากนั้นรันคำสั่ง startx

mrgill@mrgill-laptop:~$ starx -- :2


เราก็จะมี X Windows 3 Session นั่นก็คือ Session ที่ Screen 0 – 2

4. หากต้องการสลับหน้าจอกับมาที่ Screen 0 ให้กด CTRL + ALT + F7
หากต้องการเปลี่ยนมาที่ Screen 1 ให้กด CTRL + ALT + F8
และถ้าอยากกลับมาที่ Screen 2 ก็กด CTRL + ALT + F9

เราสามารถรัน X Windows ได้สูงสุดถึง 6 Session คือ login เข้า tty1 – tty6 ได้โดยการกด CTRL + ALT + F1 ไปจนถึง F6 แล้วใช้คำสั่ง startx ตามด้วย Screen id ตามตัวอย่างด้านบน
และเรียกเข้า X Windows ได้โดยกด CTRL + ALT + F7 ไปจนถึง F12

เป็นทิปที่ผมเองก็เพิ่งรู้และได้ทดสอบแล้วว่าใช้งานได้จริง

แหล่งข้อมูล : http://www.cyberciti.biz/faq/running-multiple-x-sessions/

5 Comments April 28, 2010

การ config squid3 ให้เก็บชื่อ hostname ของ client ใน access.log

วันก่อนพี่ที่บริษัทผมโทรมาสอบถามเรื่องโปรเจ็คตัวนึงที่กำลังทำกันอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเก็บ log ไฟล์ของ squid 3 ว่าสามารถทำให้มันเก็บ log ชื่อ hostname + ip ได้ไหมเพราะถ้าเป็นไอพีอย่างเดียว คนที่มีความรู้ด้านไอทีก็สามารถเข้าไปเปลี่ยนไอพีของเครื่อง client ได้ ซึ่งตอนนั้นผมก็ยังไม่มีเวลาศึกษา จนกลับมาจากงานอบรมที่ชัยภูมิก็มานั่งทำการบ้านที่พี่เค้าสั่งมาจนได้คำตอบดังนี้

หากคุณต้องการให้ squid เก็บ log ทั้ง hostname + ip ตามตัวอย่างด่านล้าง

root@proxy:/etc/squid3# tail -f /var/log/squid3/access.log mrgill-laptop 192.168.1.34 - - [13/Mar/2010:23:12:29 +0700] "GET http://imrgill.com/wp-admin/index.php? HTTP/1.1" 200 1008 "http://imrgill.com/wp-admin/index.php?page=stats" "Mozilla/5.0 (X11; U; Linux i686; en-US; rv:1.9.2.2pre) Gecko/20100311 Ubuntu/9.10 (karmic) Namoroka/3.6.2pre GTB6" TCP_MISS:DIRECT mrgill-laptop 192.168.1.34 - - [13/Mar/2010:23:12:29 +0700] "GET http://imrgill.com/wp-admin/index.php? HTTP/1.1" 200 1780 "http://imrgill.com/wp-admin/index.php?page=stats" "Mozilla/5.0 (X11; U; Linux i686; en-US; rv:1.9.2.2pre) Gecko/20100311 Ubuntu/9.10 (karmic) Namoroka/3.6.2pre GTB6" TCP_MISS:DIRECT mrgill-laptop 192.168.1.34 - - [13/Mar/2010:23:12:30 +0700] "GET http://imrgill.com/wp-content/plugins/flickr-gallery/flickr-gallery.css? HTTP/1.1" 304 260 "http://imrgill.com/wp-admin/index.php?page=stats" "Mozilla/5.0 (X11; U; Linux i686; en-US; rv:1.9.2.2pre) Gecko/20100311 Ubuntu/9.10 (karmic) Namoroka/3.6.2pre GTB6" TCP_REFRESH_UNMODIFIED:DIRECT

ให้คุณตั้งค่า squid3.conf ดังนี้

#เอา # หน้าบรรทัด logformat combined ออกแล้วเพิ่ม %>A เข้าไปหน้า %>a logformat combined %>A %>a %ui %un [%tl] "%rm %ru HTTP/%rv" %Hs %h" "%{User-Agent}>h" %Ss:%Sh #กำหนด logformat เป็น combined access_log /var/log/squid3/access.log combined #กำหนด log_ip_on_direct เป็น off log_ip_on_direct off #กำหนด log_fqdn เป็น on log_fqdn on

แต่มีข้อแม้ว่า proxy server ของเราต้อง resolv hostname จาก dns server ของเราได้ด้วยนะครับ หมายถึงต้องมีชื่อเครื่อง client ใน dns server ของเราด้วย ถ้าใครไม่มี dns ก็สามารถ map เครื่องกับไอพีได้เองในไฟล์ /etc/hosts
ตัวอย่าง

127.0.0.1 localhost 127.0.1.1 proxy 192.168.1.34 mrgill-laptop

เสร็จแล้วก็อย่าลืม restart squid3 กันด้วยนะครับ

Leave a Comment March 13, 2010


Recent Entries

Random Posts

Social Network

Tag Cloud

Calendar

August 2018
S M T W T F S
« Jun    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

Twitter: imrgill

RSS LinuxToday

RSS HowToForge

RSS UbuntuClub

RSS Blognone

RSS PowerWindowsBlog

Tag

Categories

Archives

Blogroll