Category: How to

วิธีทำ Local Repository สำหรับ RHEL 5.5 จากแผ่น DVD

วันนี้ขอไม่ลงรายละเอียดมากนะครับ เน้นกันลืม

Local Repository ก็คือการทำให้เครื่อง Server RHEL ของเราสามารถสั่ง yum แบบ offline ได้นั้นเองครับ
คือไม่ต้องต่อ Internet (ถึงต่อก็ yum ไม่ได้ถ้าไม่ซื้อ Subscription License) วิธีนี้เป็นการนำ rpm จากแผ่น dvd ที่ใช้ติดตั้งมาเก็บไว้ในเครื่อง
ทำให้สามารถสั่ง yum เพื่อช่วยในการติดตั้ง package ต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ใครที่เคยติดตั้ง rpm เองคงรู้ดีว่า dependency package นั้นเป็นอะไรที่จุกจิกกวนใจ จะติดตั้ง package นี้ต้องไปติดตั้งไอ้โน้น ไอ้นี้ มาก่อนนะ

แต่ด้วยคำสั่ง yum install xxxx มันเข้ามาช่วยทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ กล่าวคือ yum จะตรวจสอบหา dependent package ให้เอง จะติดตั้ง package a อะไรที่ a ต้องใช้ yum ก็จะติดตั้งให้เอง โอ้สะดวกดีแท้

ขั้นตอนมีคร่าวๆ ดังนี้
1. mount dvd iso
2. ใช้คำสั่ง createrepo เพื่อสร้าง package list และ group list

มาดู detail กันครับ
1. ผมมี .iso ของ rhel 5.5 อยู่ใน hdd ครับผมก็เลย upload rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso ไปไว้ที่ Server ที่ต้องการจะ config local repository ใครไม่มี .iso ก็เอาแผ่น dvd ที่มีอยู่ใน burn เป็น .iso ก่อนก็ได้ครับ (หรือจะ copy path Server ในแผ่นไปไว้ที่เครื่องก็ได้ แต่วิธีที่ผมจะสอนวันนี้ใช้ .iso) ผมเอาไฟล์ rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso ไปไว้ที่ /opt

/opt/rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso

2. สร้าง Mount Point สำหรับใช้เก็บไฟล์ที่ Mount มาจาก rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso

mkdir -p /dvd/actual

3. มา Mount กันเลย

mount -r -t iso9660 -o loop /opt/rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso /dvd/actual

4. Mount เสร็จแล้วก็ติดตั้ง Package createrepo ก่อน

cd /dvd/actual/Server
rpm -ivh createrepo*.rpm

5. กลับมายัง ณ ตำแหน่ง /dvd

cd /dvd

6. ติดตั้ง Package createrepo เสร็จแล้วก็สามารถ Repository file กันต่อ อย่าลืมว่าตอนนี้คุณต้องอยู่ที่ /dvd pwd ดูก็ได้

createrepo .

**อย่าลืมใส่ . ด้วยนะ

7. เสร็จแล้วเราจะได้ /dvd/repodata ข้างในมีไฟล์ .gz กับ .xml 2-3 ไฟล์

8. ทำการ copy GPG Key จากในแผ่นไปไว้ที่ /opt

cp /dvd/actual/*GPG* /opt

9. ที่นี้มาก็มาสร้าง /etc/yum.repos.d/dvd.repo กันจะ vi หรือ nano หรือ pico ก็แล้วแต่สะดวก แต่ขอให้ข้างในไฟล์มีเนื้อหาดังนี้

[dvd]
name=RHEL5DVD
baseurl=file:///dvd
enabled=1
gpgcheck=1
gpgkey=file:///opt/RPM-GPG-KEY-redhat-release file:///opt/RPM-GPG-KEY-redhat-beta

10. แค่ 9 ขั้นตอนข้างต้นก็เพียงพอสำหรับ yum install xxxx แต่มันจะยัง yum grouplist ไม่ได้ นั้นคือไม่สามารถติดตั้ง Package แบบ Group ได้ เช่น yum groupinstall “Web Server” จะยังไม่ได้ ประเด็นที่เขียนบทความนี้ก็เพราะลองทำตอนแรกมันสั่ง yum grouplist ไม่ได้นี่หละครับ เลยต้องมาเขียนกันลืมไว้ เรามาแก้ปัญหานี้ไปพร้อมๆ กัน ขั้นตอนต่อมา คือทำการ copy ไฟล์ /dvd/actual/Server/repodata/comps-rhel5-server-core.xml ไปไว้ที่ /dvd/repodata

cp /dvd/actual/Server/repodata/comps-rhel5-server-core.xml /dvd/repodata

11. ทำการ regenerate เนื้อหาของไฟล์ /dvd/repodata/comps-rhel5-server-core.xml ซะใหม่โดย

cd /dvd
createrepo -g repodata/comps-rhel5-server-core.xml .

** อย่าลืมเติม .

12. ลอง recheck ขั้นตอนกันหน่อย

- mount .iso ไปไว้ที่ /dvd/actual หรือยัง

- ติดตั้ง createrepo แล้ว ?

- สั่ง createrepo ซึ่งจะได้ /dvd/repodata แล้ว ?

- ทำการ copy GPG Key จากแผ่นไปไว้ที่ /opt แล้ว ?

- สร้างไฟล์ /etc/yum.repos.d/dvd.repo แล้ว ?

- copy ไฟล์ comps-rhel5-server-core.xml ไปเก็บไว้ที่ /dvd/repodata/ และทำการ regenerate ไฟล์ใหม่ด้วยคำสั่ง creatererp -g แล้ว ?

ถ้าคุณทำครบทุกขั้นตอนก็ตามข้างต้นก็ลองมา yum กันเลย

13. สั่ง yum กันโลด

yum clean all

yum update

yum makecache

yum install httpd

yum grouplist

yum groupinstall “Web Server”

14. yum ผ่านแล้วอยากให้ yum ได้ทุกครั้งที่เปิดเครื่องก็เอา

/opt/rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso /dvd/actual iso9660 defaults,ro,loop 0 0

ไปใส่ไว้ในไฟล์ /etc/fstab ก็เป็นอันจบข่าว

ใครทำไม่ได้หรือติดตรงไหน comment บอกกันไว้ได้เลย

Good Luck ;)

แหล่งข้อมูล :

http://openbysource.blogspot.com/2007/02/configuring-yum-in-rhel5-for-dvd-source.html
http://www.linuxquestions.org/questions/linux-software-2/yum-grouplist-setup-on-custom-repo-655529/ 

Share/Save

3 Comments July 19, 2011

วิธีเพิ่ม Swap โดยไม่ต้องสร้าง Partition ใหม่

ขั้นตอนง่ายๆ ครับ ไม่มีอะไร ไม่ต้องแบ่ง partition ใหม่ให้ยุ่งยาก แค่สร้าง dump file ขึ้นมาให้เท่ากับขนาดของ swap ที่ต้องการได้เลยโดยใช้คำสั่ง

1. สร้างพื้นที่สำหรับใช้เป็น swap

root@mrgill-laptop:~# dd if=/dev/zero of=/tmp/newswap bs=1MB count=1024

ตัวอย่างผมสร้างไฟล์ขนาด 1GB เพื่อจะใช้เป็น swap (อยากได้กี่ GB ก็คำนวนเอานะครับ x * 1024)

2. เมื่อได้ไฟล์ /tmp/newswap มาแล้วก็ถึงขั้นตอนการสร้าง newswap ให้เป็น swap โดยใช้คำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# mkswap /tmp/newswap

3. เรียกใช้งาน newswap ที่เพิ่งสร้างไปจากขั้นตอนที่ 2 โดยใช้คำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# swapon /tmp/newswap

4. ทดสอบเรียกดูว่า swap เพิ่มขึ้นหรือเปล่าด้วยคำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# free -m

5. หากต้องการให้ swap ที่สร้างถูกเรียกใช้งานเองทุกครั้งที่ restart server ก็ให้ไปเพิ่มบรรทัดด้านล่างเข้าไปในไฟล์ /etc/fstab ดังนี้ครับ

/tmp/newswap swap swap defaults 0 0

ถ้าต้องการเอาไฟล์ swap ไฟล์ที่สร้างเองออกก็ใช้คำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# swapoff /tmp/newswap
root@mrgill-laptop:~# rm -rf /tmp/newswap

ลบแล้วก็อย่าลืมไปเอาบรรทัดที่เพิ่มเข้าไปในไฟล์ /etc/fstab ออกด้วยนะครับ
ไม่งั้นเดี่ยวจะติดปัญหาตอน boot ต้องใช้แผ่น rescure เข้าไปแก้ไฟล์ /etc/fstab ยุ่งยากไปกันใหญ่

แหล่งข้อมูล : http://www.linuxreaders.com/2009/10/28/how-to-modify-swap-size/

Leave a Comment July 13, 2011

วิธี Decode Base64 Mail MIME ด้วย Munpack

เรื่องมันมีอยู่ว่าผมใช้งาน TOTNetCall ครับ แล้วที่นี้ผมก็รอให้ระบบส่ง User กับ Password มาให้ รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มีอะไรส่งมาเลย มีแต่ mail welcome ส่งมาให้ซึ่งดูเหมือน Mailscan ของ TOT จะแจ้งว่ามันเป็น Spam ด้วย เลยทำให้เนื้อ mail ที่แท้จริงถูกส่งมาเป็นไฟล์แนบชื่อว่า noname ซึ่งไม่สามารถเปิดด้วย text editor ทั่วไปได้เพราะถูกเข้ารหัสเป็น base64 มาเห้อ

root@mrgill-laptop:~/Desktop# cat noname Received: from BACKOFFICE (unknown [203.113.125.93]) by mail.totbb.com (Postfix) with ESMTP id F05323F9DE for ; Thu, 31 Mar 2011 19:37:58 +0700 (ICT) MIME-Version: 1.0 From: TOTnetcall To: phmont@gmail.com Date: 31 Mar 2011 19:37:58 +0700 Subject: =?utf-8?B?4Lii4Li04LiZ4LiU4Li14LiV4LmJ4Lit4LiZ4Lij4Lix4Lia4Liq4Li54LmI4Lia4Lij4Li04LiB4Liy4LijIFRPVCBuZXRjYWxsIChXZWxjb21lIHRvIFRPVCBuZXRjYWxsIFNlcnZpY2Up?= Content-Type: text/html; charset=utf-8 Content-Transfer-Encoding: base64 Message-Id: <20110331123758.F05323F9DE@mail.totbb.com> PGJyPuC4ouC4tOC4meC4lOC4teC4leC5ieC4reC4meC4o+C4seC4muC4hOC4 uOC4kyAgTW9udHJlZSAgUGhvbWthbSDguYDguJvguYfguJnguKrguKHguLLg uIrguLTguIEgVE9UIG5ldGNhbGw8L2JyPlVzZXJuYW1lIDogMDYwMDA0NzU5 NiAgUGFzc3dvcmQgOiBGR0MxWEM8YnI+4LmC4Lib4Lij4LmC4Lih4LiK4Lix 4LmI4LiZIDogUHJlcGFpZDwvYnI+PGJyPuC4q+C4oeC4suC4ouC5gOC4q+C4 leC4uCA6IFVzZXJuYW1lICDguITguLfguK0gVE9UIG5ldGNhbGwgSUQg4LiC 4Lit4LiH4LiE4Li44LiTPC9icj48YnI+PC9icj48YnI+V2VsY29tZSB0byBU T1QgbmV0Y2FsbCBTZXJ2aWNlPC9icj48YnI+UHJvbW90aW9uOiBQcmVwYWlk LCBVc2VybmFtZTogMDYwMDA0NzU5NiwgUGFzc3dvcmQ6IEZHQzFYQzwvYnI+ PGJyPioqKiBEb3dubG9hZCBTb2Z0cGhvbmUgIOC5hOC4lOC5ieC4l+C4teC5 iCAgaHR0cDovL3d3dy50b3RuZXRjYWxsLmNvbSA8L2JyPjxicj5UaGFuayB5 b3U8L2JyPg==

ผม mail ไปหา support@totnetcall.net ระบบมันก็แจ้งว่าได้รับ Ticket แล้ว ณ วันนี้ยังไม่มี Support ของ totnetcall สักตัวโทรมาหาผมเลย (รักลูกค้าจริงๆ) ผมเลยต้องหาทางแก้ปัญหาของผมเอง ก็อาศัย google อีกเช่นเคยหา key word ที่เกี่ยวกับการ decode base64 ก็ได้เจอจาก blog guru ท่านนึงเค้าได้เขียนไว้ว่าให้ติดตั้ง mpack บน ubuntu ผมก็ลองทำดูโดย

root@mrgill-laptop:~# apt-get install mpack

เมื่อติดตั้งแล้วก็จะมี tool ที่ชื่อว่า munpack มาด้วย วิธีการใช้งาน munpack นั้นแสนง่ายเพียงแค่ cat ไฟล์แนบที่ส่งมาแล้ว pipe ไปหา munpack เราก็จะได้ไฟล์ที่อยู่ในไฟล์แนบออกมา

ตัวอย่างที่ผมทำ

root@mrgill-laptop:~/Desktop# cat noname | munpack munpack: reading from standard input Did not find anything to unpack from standard input

เนื่องจากไฟล์แนบที่ผมได้รับจาก mailscan ของ totnetcall ไม่มีไฟล์แนบอยู่ในนั้นเลยทำให้ไม่ได้ output ที่เป็นไฟล์แนบข้างใน แต่ munpack จะสร้างไฟล์ tempdesc.txt มาให้ซึ่งเป็นเนื้อข้อความที่อยู่ในไฟล์ noname ออกมาซึ่งก็คือ

munpack tempdesc.txt output

จะเห็นว่าเมื่อผม cat tempdesc.txt ก็จะเห็นเนื้อข้อความใน mail ที่แท้จริง(ถูกถอดรหัสแล้วนั้นเอง)

สุดท้ายนี้ฝากผู้ดูแลของ TOTNetCall ช่วยดู Mailscan ของท่านด้วยครับ มันได้สร้างความลำบากให้กับลูกค้าอย่างผมเป็นอย่างมาก(เซ็ง TOT)

ใครอยากลองทำก็ลองโหลด noname ของผมไปเล่นดูก็ได้ครับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : http://linux.dsplabs.com.au/munpack-mime-base64-multi-part-attachment-php-perl-decode-email-pdf-p82/

Leave a Comment April 2, 2011

Shell In A Box ลองใช้กันดู

สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนานกับการเขียน blog เรื่อง linux วันนี้มาเขียนเรื่อง shell in a box ครับ
พอดีได้รู้จักเจ้า Package ตัวนี้โดยบังเอิญเพราะลองติดตั้ง Zimbra Turnkey Linux แล้วสะดุดใจกับ Web Shell ของมันที่มี Port 12320 ว่ามันคืออะไรก็เลยลองเปิด Browser ไปที่ http://zimbrahost:12320 ดูก็เลยรู้ว่ามันเป็น Web Shell อย่างที่ชื่อมันบอกจริงๆ คือมีหน้าจอให้เรา Login Shell ผ่านหน้า Browser กันเลย แล้วผมก็ลอง netstate ดูใน Terminal ก็พบว่า Port 12320 เป็นของ Service ที่มีชื่อว่า shellinabox

root@zimbra:~# netstat -pant Active Internet connections (servers and established) Proto Recv-Q Send-Q Local Address Foreign Address State PID/Program name tcp 0 0 0.0.0.0:12320 0.0.0.0:* LISTEN 11602/shellinaboxd tcp 0 0 0.0.0.0:12321 0.0.0.0:* LISTEN 11631/perl tcp 0 0 0.0.0.0:7780 0.0.0.0:* LISTEN 13272/httpd tcp 0 0 127.0.0.1:389 0.0.0.0:* LISTEN 11752/slapd tcp 0 0 127.0.0.1:10024 0.0.0.0:* LISTEN 13153/amavisd (mast tcp 0 0 127.0.0.1:10025 0.0.0.0:* LISTEN 13973/master tcp 0 0 127.0.0.1:7306 0.0.0.0:* LISTEN 12440/mysqld tcp 0 0 127.0.0.1:7307 0.0.0.0:* LISTEN 12171/mysqld tcp 0 0 0.0.0.0:3310 0.0.0.0:* LISTEN 13214/clamd tcp 0 0 0.0.0.0:465 0.0.0.0:* LISTEN 13973/master tcp 0 0 0.0.0.0:25 0.0.0.0:* LISTEN 13973/master tcp 0 0 127.0.0.1:7306 127.0.0.1:56248 ESTABLISHED 12440/mysqld

การตามหา Shell In A Box ยังไม่เสร็จสิ้นหลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นมาแล้วก็เลยเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมใน Google ก็ได้ทราบว่า Shell In A Box อยู่ใน Google Code : http://code.google.com/p/shellinabox/ รายละเอียดเข้าไปดูกันได้ครับ ผมเลยลองโหลดตัว shell in a box ที่เป็น .deb มาลองติดตั้งบน Ubuntu Desktop ของผมดู

mrgill@mrgill-laptop:~$ dpkg -i shellinabox_2.10-1_amd64.deb

ติดตั้งเสร็จก็สามารถเรียกใช้งานได้เลยครับที่ Port 4200 ผลการทดสอบก็ได้ผลดังนี้ครับ

Shell In A Box

สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยน Port 4200 เป็น Port อื่นก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้ที่ /etc/default/shellinabox ครับ

root@mrgill-laptop:/etc/default# cat shellinabox # Should shellinaboxd start automatically SHELLINABOX_DAEMON_START=1 # TCP port that shellinboxd's webserver listens on SHELLINABOX_PORT=4200 # Parameters that are managed by the system and usually should not need # changing: # SHELLINABOX_DATADIR=/var/lib/shellinabox # SHELLINABOX_USER=shellinabox # SHELLINABOX_GROUP=shellinabox # Any optional arguments (e.g. extra service definitions) # We disable beeps, as there have been reports of the VLC plugin crashing # Firefox on Linux/x86_64. SHELLINABOX_ARGS=--no-beep

อยากเปลี่ยนเป็น Port อะไรก็ตามใจชอบกันเลยครับ
สำหรับ Production Server ก็ต้องคิดกันหนักหน่อยนะครับว่าจะอนุญาตในระดับไหน ยิ่งเราเปิดช่องทางให้ Remote เข้าไปถึง Server เยอะเท่าไหร่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

Leave a Comment March 11, 2011

วิธีลบ iptables rules ออกทั้งหมด

สืบเนื่องจากที่ผมเขียนเรื่อง NAT ในวันก่อนวันนี้ก็เลยเอาเรื่องการ Flush rules ของ iptables มาฝากครับ

ตามนี้เลย

iptables -F iptables -X iptables -t nat -F iptables -t nat -X iptables -t mangle -F iptables -t mangle -X iptables -P INPUT ACCEPT iptables -P FORWARD ACCEPT iptables -P OUTPUT ACCEPT

จะรันทีละบรรทัด หรือจะเอาไปทำเป็น Script ก็ได้ครับ

แหล่งข้อมูล : http://www.cyberciti.biz/tips/linux-iptables-how-to-flush-all-rules.html

Leave a Comment January 28, 2011

Factory Reset บน Fortigate 100A ทำไง

ขั้นตอนมีดังนี้ครับ

1. ต่อสาย Console ที่ Fortigate และต่อเข้า PC หรือ Notebook ของเราให้เรียบร้อย แล้วเปิด Hyperterminal รอไว้เลย
2. เสียบปลั๊ก
3. เมื่อ Boot เสร็จมันจะ Prompt ให้เรากรอก Login ก็ให้กรอกไปดังนี้

Login : maintainer
password : bcpbFG100A1111111111

ให้เปลี่ยน 1111111111 เป็น Serial ของเครื่องซึ่งสังเกตุได้จาก Prompt ตอน Login นั้นแหละครับ ไม่ก็หงายดูด้านล้างเครื่องมันก็ได้ (มีเวลาให้คุณ login 30 วิเท่านั้น)

4. เมื่อ login ได้แล้วก็ใช้คำสั่ง

execute factoryreset

5. Fortigate 100A ของเราก็พร้อมใช้งานตามมาตรฐานโรงงานแล้วครับ

คำเตือน : วิธีการข้างต้นเป็นการทำ factory reset ดังนั้น Configuration ของคุณจะหายไปหมด
สำหรับใครที่ต้องการจะเปลี่ยนแค่รหัสผ่าน เมื่อเข้า maintainer mode ได้แล้วก็อาจเปลี่ยนแค่รหัสผ่านของ admin ก็พอ
ดังนั้น ใช้อย่างระมัดระวังนะครับ

Leave a Comment January 26, 2011

วิธีทำ NAT แชร์เน็ตแบบรีบๆ บน Ubuntu

ตามนี้เลยครับ สำหรับใครที่ต้องการแชร์เน็ตแบบทันใจ

โดยให้ eth0 เป็นขาที่ต่อเน็ต และขา eth1 เป็นขา local ที่ต้องการจะแชร์เน็ต มาดูวิธีกัน

กำหนด IP ของ eth1 ของเครื่องแม่ที่ต้องแชร์เน็ตให้เป็น 192.168.1.1/24

กำหนด IP เครื่อง Client ที่ต้องการจะแชร์เน็ตให้เป็น 192.168.1.xxx/24 ในที่นี้ผมกำหนดเป็น 192.168.1.10/24 และชี้ Gateway มาที่เครื่อง 192.168.1.1 ส่วน DNS ก็ชี้ไปที่ไหนก็ได้ครับ ผมขอชี้ไปที่ 8.8.8.8 ของ Google ละกัน

มาถึงส่วน Script กันบ้าง

สร้างไฟล์ nat.sh จากนั้น Copy Script ด้านล้างไปวางแล้ว Save

#!/bin/bash #Express NAT Shell Script echo "1" > /proc/sys/net/ipv4/ip_forward iptables -P FORWARD DROP iptables -A POSTROUTING -t nat -s 192.168.1.0/24 -o eth0 -j MASQUERADE iptables -A FORWARD -d 192.168.1.0/24 -j ACCEPT iptables -A FORWARD -s 192.168.1.0/24 -j ACCEPT iptables -A FORWARD -j DROP

จากนั้นกำหนดสิทธิ์ให้สามารถรันได้โดย

sudo chmod +x nat.sh

แล้วก็รันกันได้เลย

sudo ./nat.sh

ทดลองเล่นเน็ตจากเครื่อง Client กันได้เลยจ้า

1 Comment January 24, 2011

การติดตั้ง Tor บน Ubuntu 10.10

การติดตั้ง tor บน ubuntu เป็นปัญหาคาใจผมมานานครับ ใช่ครับเมื่อก่อนมันติดตั้งง่ายแต่พอตอนนี้ถึงเวอร์ชันปัจจุบันไปหาอ่าน how to จาก guru ทั้งหลายมันก็ทำงานไม่ได้เสียแล้วก็เลยต้องหาวิธีเอง ลองเข้าไปในเว็บ http://www.torproject.org เองเลย ก็ไปเจอ repository สำหรับ ubuntu และ debian ตามนี้ครับ

http://www.torproject.org/docs/debian.html.en#ubuntu

เขาบอกว่าให้เพิ่มบรรทัด

deb http://deb.torproject.org/torproject.org maverick main

เข้าไปในไฟล์ /etc/apt/sources.list
จากนั้นให้ add gpg key โดยใช้คำสั่ง

gpg –keyserver keys.gnupg.net –recv 886DDD89
gpg –export A3C4F0F979CAA22CDBA8F512EE8CBC9E886DDD89 | sudo apt-key add -

add key เสร็จแล้วก็ติดตั้ง tor กันได้เลยครับโดย (หากใคร add key แล้วเกิด error ก็ไม่เป็นไรครับสามารถติดตั้งได้เหมือนกัน)

sudo apt-get update
sudo apt-get install tor tor-geoipdb

หลังจากที่ติดตั้งแล้วเราจะได้ package tor กับ polipo ซึ่งเป็น mini proxy มาให้ด้วย
ติดตั้งเสร็จแล้วก็ต้อง config กันสักเล็กน้อยโดยให้แก้ไฟล์ /etc/polipo/config ของ polipo โดยเอา # หน้าบรรทัดต่อไปนี้ออกไป

proxyAddress = “0.0.0.0″ # IPv4 only

allowedClients = 127.0.0.1

socksParentProxy = “localhost:9050″
socksProxyType = socks5

จากนั้นบันทึกแล้วก็สั่ง restart polipo โดย

sudo /etc/init.d/polipo restart

ทีนี้มาถึงฝั่ง web browser กันบ้าง ในที่นี้ขอพูดถึง firefox นะครับ firefox เองมี addon ชื่อ Torbutton สามารถเข้าไปติดตั้งกันเลยที่
https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/2275/

ติดตั้งเสร็จแล้วก็ restart firefox 1 รอบก็จะมี icon ของ Torbutton ปรากฎที่มุมล่างขวาของหน้าจอ firefox ให้คลิกขวาที่ปุ่ม Tor Disable จากนั้นเลือก Preferences… จากนั้นให้เปลี่ยน Port ของ HTTP Proxy กับ SSL Proxy จาก 8118 เป็น 8123 แล้วก็กด OK ออกมา

เริ่มใช้ Tor ผ่าน Firefox กันเลยโดยคลิกที่ปุ่ม Tor Disable ซึ่งมีตัวอักษรสีแดง เมื่อคลิกแล้วจะเปลี่ยนเป็น Tor Enable สีเขียว
ทีนี้เราก็พร้อมจะท่องเน็ตแบบ Anonymous ทะลุทะลวงเว็บไซต์ที่โดน block ได้แล้วครับ

Leave a Comment January 12, 2011

วิธีปิด Auto Pause ใน VirtualBox 4.0

ใครเจอปัญหาเครื่อง Guest ใน VirtualBox 4.0 Pause เองบ้างครับ ผมคนนึงละเจอ งงเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกคิดว่าปัญหาเกิดจากตัว VBox เองแต่พอไปอ่านในบอร์ดของ VBox จึงได้รู้ว่าปัญหามาจาก Power Management Profile ในตัว Guest ดังนั้นที่ที่เจอปัญหานี้ก็แค่ไปปิด Power Management ใน Guest อาการนี้ก็จะหายไปครับ

Leave a Comment January 6, 2011

วิธีติดตั้ง Gyachi บน Ubuntu 10.10

Gyachi เป็น Yahoo Messenger สำหรับ Linux
สำหรับวิธีติดตั้งบน Ubuntu 10.10 ทำตามนี้ได้เลยครับผม

sudo add-apt-repository ppa:adilson/experimental sudo apt-get update sudo apt-get install gyachi

Leave a Comment January 2, 2011


Recent Entries

Random Posts

Social Network

Tag Cloud

Calendar

October 2018
S M T W T F S
« Jun    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Twitter: imrgill

RSS LinuxToday

RSS HowToForge

RSS UbuntuClub

RSS Blognone

RSS PowerWindowsBlog

Tag

Categories

Archives

Blogroll