Category: How to

วิธีแก้ปัญหา HDMI ของการ์ดจอ ATI ไม่มีเสียงบน Ubuntu (สำหรับ External Monitor)

สวัสดีชาวโลกครับ หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทบล็อกประมาณชาติกว่า เพราะตอนนี้กระผมได้เลิกสายงานอาชีพไอที มาประกอบธุรกิจส่วนตัวที่บ้านที่ใต้เสียแล้วครับ วันเวลาผ่านไปอะไรๆ ก็เปลี่ยนตาม แต่มีสิ่งนึงที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากใจผมนั้นก็คือ รักที่จะศึกษาอะไรใหม่ๆ วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่ Ubuntu เพิ่งปล่อย Release 13.10 มาเมื่อไม่นานนี้ ก็ต้องลองซะหน่อย ไม่งั้นวิชาครั้งสมัยพระเจ้าเหาคงได้เข้าหม้อกันหมด ต้องหาอะไรใหม่ๆ เล่นบ้าง

หลังจากพร่ามบ่นมาเสียนานก็มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าครับ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่ากระผมติดตั้ง Ubuntu 13.10 ใหม่ และผมก็เพิ่งโหลด Series ฝรั่งมาเรื่องนึง(Prison Break) รู้สึกว่าดูใน Notebook ไม่มันเลยต้องการจะต่อเข้ากับทีวีที่บ้านผ่านพอร์ต HDMI ปัญหามีอยุ่ว่า ต่อได้ภาพขึ้นแต่เสียงไม่ยักมาแฮะ เลยเป็นสาเหตุให้กระผมต้องหาวิธีแก้ ซึ่งรู้สึกว่าปัญหานี้จะเป็นปัญหามาจาก bug ของ kernal เวอร์ชั่น 3.x ทำให้ใน Sound Settings มองไม่เป็น Sound Card ATI/HDMI ลอง Search ไปเจอคำถามและคำตอบจาก forum ฝรั่งได้คำตอบมาว่าต้อง update parameter ของ grub ก็จะใช้งานได้ ผมไม่รอรีรีบทำตามขั้นตอนมีอยู่ว่า

1. ให้เพิ่งบรรทัดนี้เข้าไปใน /etc/default/grub

GRUB_CMDLINE_LINUX=”radeon.audio=1″

2. จากนั้นให้ใช้คำสั่ง

sudo update-grub

3. reboot ครับ หลังจาก Reboot เครื่องเราก็จะมองเห็น Sound Card ATI/HDMI ในเมนู Sound Settings แล้วครับ

เท่านี้ผมก็ดูหนัง ดูซีรีย์ได้สบายแฮแล้วครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : http://askubuntu.com/questions/285920/no-sound-through-hdmi-out-13-04

Share/Save

Leave a Comment October 19, 2013

วิธีแก้ปัญหา Login admin บน Joomla 1.5 ไม่ได้

วันนี้ User มาแจ้งว่ามีเว็บไซต์ของสำนักงานในสังกัดซึ่งพัฒนาโดยใช้ Joomla ไม่สามารถล็อกเข้าหน้า admin ได้ จากการทดสอบเข้าหน้า admin ผลปรากฏว่าล็อกอินไม่ได้จริงๆ และไม่มี error อะไรอีกด้วย(ล็อกอินแล้วก็กลับมาให้ล็อกอินใหม่) ตอนแรกผมคิดว่าอาจเป็นปัญหาจากเรื่อง session แต่ถ้าเกิดจาก session จริงเว็บอื่นๆ ก็ไม่ควรจะล็อกอินได้เช่นกัน ดังนั้นผมจึงโฟกัสไปที่ประเด็นอื่น จึงได้ไปเจอกับเว็บไซต์นึงซึ่งมีหลาย Solution มาก แต่หนึ่งในนั้นสามารถแก้ปัญหาให้ผมได้

Suggestion n.3)

  1. Log into phpMyAdmin and navigate to the jos_plugins table.
  2. Look for the “User — Joomla!“.
  3. Ensure that it is published as mine was not (set published to 1 just in case).
  4. [Look for] in row “Authentication — Joomla”
  5. Ensure that it is published as mine was not (set published to 1 just in case)

เขาให้ตรวจสอบใน Database ว่า Table plugins “User — Joomla” และ ”Authentication — Joomla” ตรงฟิวล์ published ต้องมีค่าเป็น 1

ซึ่งของผมมีค่าเป็น 0 ตรง  ”User — Joomla” เข้าไปดูจาก log ของ mysql จึงพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงมา 3 วันแล้ว ซึ่ง User อาจเผลอไปกำหนดค่าของ Plugin ทำให้ไม่สามารถล็อกอินหน้า admin ได้

จบครับ

 

แหล่งข้อมูล : http://www.pwrusr.com/web/cannot-login-to-joomla-backend-as-admin (วิธีอื่นๆ)

Leave a Comment February 18, 2013

Transfer file ด้วยคำสั่ง nc

เมื่อกี้ remote ไป dr-site ของลูกค้า เพื่อที่จะ transfer ไฟล์ iso ไปไว้ที่ main site อีกที โดย iso อยู่ที่เครื่องฝั่ง dr เครื่อง server เป็น linux ทั้งคู่ลอง winscp ไฟล์จากเครื่อง vCenter ไฟล์ iso ขนาดประมาณ 4 GB ที่ต้องการไปยัง main site ใช้เวลาเกือบ 10 ชม. เน็ตจะกากอะไรขนาดนั้น เลยเปลี่ยนวิธีจาก ssh มาเป็นอะไรก็ได้ที่ให้ความเร็วมากกว่า ก็มาเจอคำสั่ง nc หรือ netcat ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีประโยชน์มากเลยทำอะไรๆ ได้หลายอย่างทั้งเช็ค port เครื่องปลายทางได้เหมือน telnet และความสามารถอีกล้นหลาม แต่หนึ่งในหลายๆ ความเก่งของมันก็คือสามารถที่จะ stream ข้อมูลหรือ transfer ข้อมูลได้รวดเร็วเพราะไม่มีการเข้ารหัส(แลกกับความเร็ว) เครื่องที่ยังไม่มี nc สามารถติดตั้งได้โดยใช้คำสั่ง yum install nc สำหรับค่าย Redhat และ apt-get install nc สำหรับ Debian และ Ubuntu

ขั้นตอนสำหรับการ Transfer ข้อมูลมีประมาณนี้ครับ

1. nc มันเป็นโปรแกรม Client – Server หมายความว่าต้องมี nc ฝั่งใดฝั่งหนึ่งทำหน้าที่เป็น Server และอีกฝั่งเป็น Client ขั้นตอนของผมคือทำเครื่องฝั่ง main site เป็น Server โดยใช้คำสั่ง

root@MAIN-Serv01:~# nc -l 2389 > myfile.iso

คำสั่ง nc -l 2389 > myfile.iso หมายความว่าให้ nc เปิด socket หรือ port 2389 เพื่อรับข้อมูล ซึ่งจริงๆ แล้วหมายเลข port จะเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ซ้ำกับ service อื่นๆ ที่เราให้บริการ และเมื่อมีข้อมูลวิ่งเข้ามาที่ port 2389 ให้มัน redirect standard input เข้าไปยังไฟล์ myfile.iso

2. เมื่อฝั่ง Serve เราเปิด port รอไว้แล้วก็เหลือแค่ Client ส่งข้อมูลไปหาเครื่องปลายทาง

root@DR-Serv01:~# cat myfile.iso | nc 10.40.1.152 2389

ส่วนใหญ่เราใช้คำสั่ง cat เพื่อดูข้อมูลที่อยู่ภายในไฟล์ แต่เมื่อเราใส่ pipe output ไปยัง nc ให้ส่งข้อมุลไปยังไอพีปลายทางก็สามารถประยุกต์ใช้กับการส่งไฟล์ได้
ที่เหลือก็คือรอให้ส่งข้อมูลเสร็จครับ
3. เมื่อเสร็จแล้วระบบจะคืน prompt มาให้ก็ลองตรวจสอบไฟล์ได้เลยครับ ส่วนผมก็ลอง mount ไฟล์ iso ที่ trasnfer มาก็พบว่าใช้งานได้ปกติเลยครับ

ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูนะครับ

Leave a Comment January 9, 2013

วิธีแก้ปัญหา Ubuntu 12.10 Kernel 3.5.0-18 ไม่เจอ Wireless

ผมใช้ Notebook Dell Inspiron N4010 chip wireless เป็น Broadcom Corporation BCM4313 แล้วเจอปัญหาหลัง Upgrade Kernel เป็น version 3.5.0-18 แล้ว wireless หายก็ไปเจอวิธีแก้ใน
เขาเขียนไว้ว่า

sudo modprobe -r b43 ssb wl sudo apt-get remove bcmwl-kernel-source sudo apt-get install build-essential dkms linux-headers-generic sudo apt-get install bcmwl-kernel-source

ทำตามนี้ wireless ก็กลับมาใช้งานได้เลยครับ
ใครเจอปัญหาอยู่ก็ลองทำตามนี้ดูนะครับ

Leave a Comment November 7, 2012

ให้การติดตั้ง Dependency Library เป็นเรื่องง่ายๆ ด้วย yum whatprovides

วันนี้มีทิปของคำสั่ง yum มาฝากครับ สำหรับใครที่เคยใช้คำสั่ง yum ก็คงรู้ดีว่ามันช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายแค่ไหนในเรื่องช่วยติดตั้ง packages ต่างๆ yum ติดตั้งโน้นนี่นั้นแสนสบาย แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่าชีวิตเราคงไม่สะดวกราบรื่นสักเท่าไรนัก นานๆ ทีจะมี package third-party มาให้เราลงซึ่งส่วนใหญ่จะมาเป็น .rpm และแน่นอนว่าไอ้ .rpm นี่อาจสร้างปัญหาให้คุณได้หากมันต้องการ dependency library เช่นอาจจะฟ้อง error ว่าหา library นี้ไม่เจอบ้างหละ ต้องติดตั้ง library นี้ก่อนบ้างละ ดังตัวอย่าง

[root@DR-SERVER ~]# rpm -Uvh arcserverha_rhel6_x86_64.rpm libc.so.6 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libc.so.6(GLIBC_2.0) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libc.so.6(GLIBC_2.1) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libc.so.6(GLIBC_2.1.2) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libc.so.6(GLIBC_2.1.3) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libc.so.6(GLIBC_2.2) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libc.so.6(GLIBC_2.3) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libdl.so.2 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libdl.so.2(GLIBC_2.0) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libdl.so.2(GLIBC_2.1) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libgcc_s.so.1 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libgcc_s.so.1(GCC_3.0) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libgcc_s.so.1(GLIBC_2.0) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libm.so.6 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libpam.so.0 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libpam.so.0(LIBPAM_1.0) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libpthread.so.0 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libpthread.so.0(GLIBC_2.0) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libpthread.so.0(GLIBC_2.1) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libpthread.so.0(GLIBC_2.2) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libpthread.so.0(GLIBC_2.3.2) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libresolv.so.2 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libresolv.so.2(GLIBC_2.2) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libstdc++.so.6 is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libstdc++.so.6(CXXABI_1.3) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64 libstdc++.so.6(GLIBCXX_3.4) is needed by ARCserveRHA-16.1-2.3124.x86_64

จะลงแค่ package เดียวพี่แกเล่นซะยาวเลย จาก error ฟ้องว่ามันต้องการ libc.so.6 libdl.so.2 และ library อีก 3-4 ตัว จะทำยังไงละทีนี้ ปกติเราก็จะเอาชื่อ library ที่เจอไป search หา .rpm ใน internet มาติดตั้งเพิ่มเติมแต่วันนี้เราจะลองหา library ที่มันต้องการผ่านคำสั่ง yum กันดูครับโดยใช้คำสั่ง

yum whatprovides <ชื่อ library>

ตัวอย่าง

[root@DR-SERVER ~]# yum whatprovides libc.so.6 Loaded plugins: product-id, refresh-packagekit, subscription-manager Updating Red Hat repositories. Repository 'rhel6' is missing name in configuration, using id glibc-2.12-1.25.el6.i686 : The GNU libc libraries Repo : rhel6 Matched from: Other : libc.so.6

สังเกตชื่อ package ที่มี library libc.so.6 ได้จากบรรทัดที่ขีดเส้นใต้ครับ ที่เหลือเราก็แค่สั่ง yum install ชื่อ package นั้นเราก็จะได้ library libc.so.6 มาใช้งานแล้ว เช่น

[root@DR-SERVER ~]# yum install glibc-2.12-1.25.el6.i686

มันต้องการกี่ตัวก็ yum whatprovides ไปจนครับนะครับ
บ๊ายบาย

1 Comment November 1, 2012

วิธี Set NTP Client บน Brocade SAN Switch

หาการ config เกี่ยวกับเวลาใน admin gui ไม่เจอเลยรู้ว่าต้องทำผ่าน command ครับ
ง่ายสั้นๆ ครับวันนี้วิธีกำหนด NTP บน Brocade SAN Switch
1. ssh ไปยัง san switch
2. รันคำสั่ง

tsClockServer “xxx.xxx.xxx.xxx”

3. กำหนด Time Zone ด้วยคำสั่ง กดเลือก Asia แล้วเลือก Thailand

tstimezone –interactive

4. reboot สักรอบ

Leave a Comment September 20, 2012

Solved : Kloxo error libwrap refused connection to ftp (libwrap=pure-ftpd) from xxx.xxx.xxx.xxx

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Kloxo เป็น Hosting Control Panel แล้วเจอปัญหา Client FTP เข้าไปใช้งานไม่ได้ ดู log /var/log/messages แล้วเจอ error

Aug 26 15:48:38 webinter xinetd[8593]: libwrap refused connection to ftp (libwrap=pure-ftpd) from 10.8.0.6
Aug 26 15:48:38 webinter xinetd[8593]: FAIL: ftp libwrap from=10.8.0.6
Aug 26 15:48:38 webinter xinetd[11217]: START: ftp pid=8593 from=10.8.0.6
Aug 26 15:48:38 webinter xinetd[11217]: EXIT: ftp status=0 pid=8593 duration=0(sec)

ให้คุณ login เข้า kloxo ด้วย user admin หรือแจ้ง admin ให้ไปตรวจสอบที่ admin => Security => Lxguard => Connections
ตรวจสอบที่แท็บ Connections ว่ามี IP ไหนโดน Block อยู่หรือเปล่าถ้ามีคุณก็แค่ Remove IP นั้นออกจาก List ก็สามารถ Login ได้แล้วครับ
สาเหตุเกิดจาก User Login ด้วย Username Password ผิดเกินกว่าจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ใน Lxguard ครับ
หวังว่าคงมีประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ

Leave a Comment August 29, 2012

กำเนิดเกิดใหม่ True WiFi Auto Login 4.0.5 กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้วจ้า[แก้ไขหลัง True Update 19/08/2012]

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณ GustoR มากครับที่ช่วยแก้ไข Script และเพิ่มโชว์ Timeout ผมคิดจะทำมาตั้งนานแล้ว แต่ติดที่ตัวเองโง่ 555 เลยไม่ได้ทำสักที

สำหรับตัวนี้ ก็เอาของที่คุณ GustoR แก้ไขแล้วมาแก้ต่อครับ โดยการตัดพวกตัวแปรและฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้ออก ที่เหลือก็ของเดิมๆ หมดเลย

ตอนนี้ผู้ใช้งานไม่ต้องวุ่นวายกับการหา url redirect แล้วและก็ไม่ต้องคำนวนว่าถ้าเน็ตเราตัดทุก 90 นาที จะต้องใส่เลขอะไรไปใน script แล้วครับ เอาเป็นว่ามาดูสิ่งที่คุณต้องแก้ไขใน Script กันเลย

ดาวน์โหลด True_WiFi_Auto_Login_v4.0.5.zip [ป้องกันการโหลดหน้า Redirect จาก Cache ]

var username = "YourUsername";  // username โดยไม่ต้องใส่ @ อะไรเลย var password = "YourPassword";  // รหัสผ่านของคุณ var minute = 180; // เวลาในการใช้งานของคุณ เช่น 90, 180

อธิบายส่วนของตัวแปร

var username และ var password คือตัวแปรที่ใช้เก็บ User และ Password ของคุณครับมันจะเอาไปใส่ใน Form Login ให้คุณเอง ส่วน

var minute คือตัวแปรที่ใช้เก็บเวลาสำหรับการ connect ใหม่ของคุณ โดยดูได้จาก Package เน็ตของคุณว่าใช้ได้ครั้งละกี่ชั่วโมง หรือสังเกตได้จากหน้าจอ Popup หลังการ Login แล้วก็ได้ครับ ใครที่ใช้ได้ 90 นาทีก็ใส่เป็น 90 นาทีไปเลยนะครับ หรือใครที่เป็น 180 นาทีก็ใส่ 180 นาทีไปตรงๆ เลยไม่ได้ บวกลบให้เมื่อยตุ้ม

อธิบายหลักการทำงานของ script ตัวใหม่กันอีกนิดครับ จากแต่ก่อนสมัยพระเจ้าเหา True WiFi ยังอนุญาตให้เรา Logout ก่อนจะหมดเวลา และเราสามารถ Login ใหม่ได้ทันที ทำให้ Script ตัวก่อนได้รับความนิยมอย่างล้นหลามนั้น จนมาถึงปี 2012 นี้ เหตุการณ์ได้ผันเปลี่ยนไป True เขาได้ปรับเปลี่ยนระบบ ทำให้ Script ตัวเก่าให้งานไม่ได้ ผมก็นั่งเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นานสองนานสามนอนบวกกับไม่มีเวลาว่างเพราะติดงานประจำ จนมีฮีโร่ท่านชื่อว่า GustoR

ท่าน GustoR ได้สังเกตพฤติกรรมของ True WiFi และมองเห็นว่า ทำยังไงมันก็ Logout ไม่ได้แล้ว ทำไมไม่ลองให้เน็ตมันตัดไปเองหละแล้วถึงค่อยให้ Script ทำงานต่อหละ ดังนั้น Script ตัวใหม่นี้จะทำงานหลังจากเน็ตโดนตัดไปแล้ว 1 วินาที มันก็จะทำการเรียกหน้า URL ของ Google จากนั้น True WiFi ก็จะเรียกหน้า Redirect ของมันเองและเข้ากระบวนการของ Script ในการ Login และนับถอยหลังอีกครั้ง

วิธีติดตั้งดูตาม Video ได้เลยครับ

ขอบคุณ vdo จากท่านเจ้าของ blog : wangfunchao.blogspot.com สำหรับ vdo นี้ครับ

สำหรับคนใช้ Google Chrome ทำตามนี้นะครับ
Truewifi auto install as Google Chrome extension

ว่าแล้วก็โหลดไปลองกันดูนะครับ

62 Comments July 28, 2012

วิธีเปลี่ยนชื่อเครื่อง (Hostname) บน Android 3.2 Tablet

จอร์ช : เคยมั้ยที่คุณเข้าไปใน wireless router แล้วไม่รู้ว่าเครื่อง tablet คุณคือเครื่องไหน

ซาร่า : โอ้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังเจอปัญหานี้ เครื่องฉันชื่อ android_xxxxxxxxxxxxxxxx อะไรก็ไม่รู้จำย๊ากยาก

จอร์ช : วันนี้เรามีวิธีทำให้คุณจำชื่อเครื่องของคุณได้ง่ายๆ เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ซาร่า : ฉันต้องทำอย่างไหรเหรอค่ะ จอร์ช

จอร์ช : ลำดับแรกเครื่องคุณต้อง root ก่อน นะจ๊ะ

ซาร่า : ใช่ เครื่องฉัน root แล้วค่ะ ฉันต้องทำอย่างไรต่อ

จอร์ช : ผมแนะทำให้คุณติดตั้ง busybox เข้าไปด้วยเครื่องคุณจะได้ใช้คำสั่งได้เพิ่มขึ้น

ซาร่า : busybox ฉันก็ลงแล้วนะ

จอร์ช : เยี่ยมไปเลย มาว่ากันต่อ คุณต้องติดตั้งโปรแกรม Script Manager – SManager เพิ่มเข้าไปเพื่อใช้สั่งรัน shell script ที่เรากำลังจะเขียน

ซาร่า : ได้ค่ะฉันติดตั้งแล้วเหมือนกัน Shell Script มันคืออะไรเหรอค่ะ คุณจอร์ช

จอร์ช : Shell Script มันก็คือชุดคำสั่ง Script ที่ใช้รันให้โปรแกรมทำงานตามที่เรากำหนดไว้ ซึ่งในที่นี้เราจะเขียน Shell Script สำหรับเปลี่ยนชื่อ Hostname นั้นเอง

ซาร่า : แต่ฉันเขียนโปรแกรมไม่เป็นเลยนะ ฉันจะทำได้มั้ยเนี่ย

จอร์ช : โอ้วมันง่ายมากเลย ซาร่า ผมเขียนไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว คุณเพียงแค่ดาวน์โหลด มันไปจาก Link นี้เท่านั้นเอง >> chhostname.sh ดาวน์โหลดเสร็จแล้วคุณก็ใช้พวกโปรแกรม Editor แก้ไขไฟล์นี้โดยแก้บรรทัด devName=my-tablet แก้จาก my-tablet เป็นชื่อเครื่องที่คุณอยากจะตั้ง(ห้ามมี space) โดยเนื้อหาของ Script ก็จะมีประมาณนี้

#!/system/bin/sh #change devName to whatever you want. devName=my-tablet if [ "$(/system/xbin/hostname)" = "$devName" ] && [ "$(getprop net.hostname)" = "$devName" ] then echo "Device hostname does not need to be changed." else echo "Device hostname is being changed to $devName." /system/xbin/hostname $devName setprop net.hostname $devName if [ "$(/system/xbin/hostname)" != "$devName" ] && [ "$(getprop net.hostname)" != "$devName" ] then echo "Device hostname has not been changed." else echo "Device hostname has been successfully changed." fi fi

หลังจากแก้เสร็จแล้วผมแนะนำให้คุณเอาไปไว้ที่ /system/etc

ซาร่า : ฉันจะเอาไฟล์ chhostname.sh ที่คุณให้ดาวน์โหลดไปไว้ที่ /system/etc ได้ยังไงละ

จอร์ช : มันไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิด เพียงคุณใช้โปรแกรม ES File Explorer โดยไปที่เมนู Settings ของโปรแกรมจากนั้นเลือกที่ Up to Root คุณก็จะสามารถเข้าไปยัง /system/etc ได้

ซาร่า : ฉันคิดว่าฉันน่าจะพอทำได้นะ แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ

จอร์ช : เมื่อคุณนำไฟล์ chhostname.sh ไปไว้ที่ /system/etc ได้แล้ว คุณก็เปิดโปรแกรม Script Manager ขึ้นมากแล้ว Browse ไปยังตำแหน่งไฟล์ /system/etc/chhostname.sh จากนั้นเลือก is script ซึ่งปกติมันก็จะเลือกให้อยู่แล้ว เลือกรันด้วย root และให้มันรันตอน boot ด้วย จากนั้นก็กดที่ปุ่ม Run
ถ้า script ทำงานได้มันก็จะบอกคุณว่า

“Device hostname has been successfully changed.”

โอ้วแย่แค่นี้เอง ที่นี้คุณก็ลองปิดและเปิดเครื่องดูใหม่ ถ้าคุณอยากรู้ว่าชื่อเครื่องมันเปลี่ยนไปจริงหรือเปล่าคุณก็แค่ใช้พวกโปรแกรม Terminal อย่างเช่น ConnectBot เลือก connect แบบ localhost เข้าไปได้แล้วก็ใช้คำสั่ง

su

จากนั้นก็สั่ง

hostname

มันจะแสดงชื่อ hostname ที่เราเปลี่ยน อยากให้ชัวก็ใช้คำสั่ง

getprop net.hostname

ดูอีกทีแค่นี้เอง ซาร่า

ซาร่า : แล้วฉันจะลองทำดูนะค่ะ จอร์ช ขอบคุณมากเลย

จอร์ช : ด้วยความยินดีครับคุณผู้หญิง

ข้อมูลอ้างอิง : http://forum.xda-developers.com/showthread.php?t=1447930 และ http://forum.xda-developers.com/showthread.php?t=1366934

Leave a Comment June 11, 2012

วิธีปิด Snippet Messages หรือตัว Preview เนื้อหาเมล์บน Subject ของ Zimbra Web Client

How to นี้เกิดจากมี User รายนึงแจ้งปัญหาว่าทำไมที่ Subject mail ถึงมีตัวหนามาก(เมล์ที่ยังไม่ได้อ่าน) หนาบาง(เมล์ที่เปิดอ่านแล้ว) และบางสุดๆ ซึ่งก็คือตัว Snippet messages preview นั้นเอง ด้วยคำถามนั้นทำให้ผมอยากรู้จนต้อง Search หาคำตอบให้กับตัวเองจนไปเจอตำตอบใน http://www.zimbra.com/forums/administrators/40160-cos-email-snippet-setting.html
ตัวอย่าง Snippet ที่ถูกตั้งมาเป็น Default
zimbraPrefShowFragments TRUE
ถ้าหากเราปิดตัว Snippet แล้วจะเป็นอย่างนี้ครับ คือจะไม่มี Messages preview
zimbraPrefShowFragments FALSE

สำหรับวิธีปิด Snippet นี้สามารถทำได้โดยการใช้คำสั่ง

[root@agomail2 ~]# su - zimbra [zimbra@agomail2 ~]$ zmprov mc YourCOSName zimbraPrefShowFragments FALSE

โดยเปลี่ยน YourCOSName เป็นชื่อ COS ของเราเอง
จบครับ

Leave a Comment June 8, 2012


Recent Entries

Random Posts

Social Network

Tag Cloud

Calendar

December 2017
S M T W T F S
« Jun    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

Twitter: imrgill

RSS LinuxToday

RSS HowToForge

RSS UbuntuClub

RSS Blognone

RSS PowerWindowsBlog

Tag

Categories

Archives

Blogroll