Category: Daily tips

วิธี Mount .ISO ง่ายๆ บน Ubuntu

วันนี้มาไวไปไวครับ ถ้าคุณมีไฟล์ .iso อยู่บน linux เราสามารถ mount มันได้เลยโดยไม่ต้อง burn ใส่แผ่นว
วิธีการไม่ยุ่งยากครับ
1. สร้าง mount point ไว้รอ เช่น สร้าง /media/tmp เพื่อใช้เป็นตำแหน่งในการ mount

root@mrgill-laptop:~# mkdir /media/tmp

2. mount .iso ไปไว้ที่ /media/tmp

root@mrgill-laptop:~# mount -t iso9660 -o loop /media/Data/KB/LinuxCBT_EL-6_Edition.iso /media/tmp/ mount: warning: /media/tmp/ seems to be mounted read-only. root@mrgill-laptop:~# cd /media/tmp/ root@mrgill-laptop:/media/tmp# ls amex_online_multi4_clear_small.gif LCBT_EL-6_042_TFTPD_Config.mov AUTORUN.INF LCBT_EL-6_043_TelnetD_Config.mov bottombg.gif LCBT_EL-6_044_NTPD_Config.mov bottomcheckout.gif LCBT_EL-6_045_Provision_NICs.mov buy.gif LCBT_EL-6_046_DHCPD_Config.mov cam_embed.js LCBT_EL-6_047_Service_Management.mov clearpixel.gif LCBT_EL-6_048_BIND_Caching-Only.mov config.xml LCBT_EL-6_049_BIND_Primary.mov controller.swf LCBT_EL-6_050_BIND_Secondary.mov favicon-32x32.ico LCBT_EL-6_051_BIND_Reverse.mov favicon.ico LCBT_EL-6_052_BIND_IPv6.mov getSeal.htm LCBT_EL-6_053_Samba_Clients.mov header.jpg LCBT_EL-6_054_Samba_Server.mov hrlong.gif LCBT_EL-6_055_Samba_ADS.mov icon_adobe_pdf.gif LCBT_EL-6_056_Apache_Intro.mov index.html LCBT_EL-6_057_Apache_Logs.mov LCBT_EL-6_000_INGRESS.mov LCBT_EL-6_058_Apache_VHosts.mov LCBT_EL-6_000_Welcome_Message.mov LCBT_EL-6_059_MySQL_Intro.mov LCBT_EL-6_001_Features_Prep.mov LCBT_EL-6_060_PHP_MySQL.mov LCBT_EL-6_002_Text_Install.mov LCBT_EL-6_061_NFS_Setup.mov LCBT_EL-6_003_VNC_Install.mov LCBT_EL-6_062_SELinux_Intro.mov LCBT_EL-6_004_Graphical_Install.mov LCBT_EL-6_063_NMap_Usage.mov LCBT_EL-6_005_Kickstart_Install.mov LCBT_EL-6_064_IPTables_IPv4.mov LCBT_EL-6_006_Rescue-Single_Modes.mov LCBT_EL-6_066_IPTables_IPv6.mov LCBT_EL-6_007_INIT_Upstart.mov LCBT_EL-6_067_TCPDump_Usage.mov LCBT_EL-6_008_Basic_Skills-I.mov LCBT_EL-6_068_Apache_SSL.mov LCBT_EL-6_009_Basic_Skills-II.mov LCBT_EL-6_069_VSFTPD_SSL.mov LCBT_EL-6_010_Basic_Skills-III.mov LCBT_EL-6_070_Tighten_Security.mov LCBT_EL-6_011_Compression_Utilities.mov LCBT_EL-6_099_EGRESS.mov LCBT_EL-6_012_Checksums_Tools.mov linuxcbt_clients.gif LCBT_EL-6_013_GREP_Usage.mov LinuxCBT_demonstration.jpg LCBT_EL-6_014_Awk_Usage.mov linuxcbt_demos.gif LCBT_EL-6_015_Sed_Usage.mov LinuxCBT_EL-6_Edition_Notes.txt LCBT_EL-6_016_Perl_Usage.mov linuxcbt_info.gif LCBT_EL-6_017_User_Management.mov linuxcbt_logo2.gif LCBT_EL-6_018_File_Permissions.mov LinuxCBT_UnixCBT_Logo.gif LCBT_EL-6_019_Symbolic_Links.mov logo-php.gif LCBT_EL-6_020_Quota_Mgmt.mov news.gif LCBT_EL-6_021_EXT4_Parted.mov nntable.gif LCBT_EL-6_022_Swap_Config.mov part_advan_mark_or_blu_asso.jpg LCBT_EL-6_023_LVM_Intro.mov patron-logo-sm.png LCBT_EL-6_024_LVM_Resize.mov powered-by-mysql.png LCBT_EL-6_025_LVM_GUI.mov powered_by_suse-io.gif LCBT_EL-6_026_RAID_Intro.mov powered_by_suse.png LCBT_EL-6_027_RAID_Mgmt.mov preload.swf LCBT_EL-6_028_RPM_Usage.mov readMe.txt LCBT_EL-6_029_YUM_Usage.mov rightbg.gif LCBT_EL-6_030_Package_Kit.mov righttop.jpg LCBT_EL-6_031_Cron_Usage.mov separator.gif LCBT_EL-6_032_At-Batch_Usage.mov side_btm.gif LCBT_EL-6_033_Syslog_Config.mov side_left.gif LCBT_EL-6_034_Log_Rotation.mov side_rt.gif LCBT_EL-6_035_Network_Utilities.mov side_top.gif LCBT_EL-6_036_IPv4_Config.mov sitesealgd_t_small.swf LCBT_EL-6_037_IPv6_Config.mov style.css LCBT_EL-6_038_VSFTPD_Config.mov swfobject.js LCBT_EL-6_039_LFTP_Usage.mov topbg.gif LCBT_EL-6_040_Curl_Usage.mov topcheckout.gif LCBT_EL-6_041_RSYNC_Usage.mov verisign_m.gif

มันจะมีแจ้งเตือนให้ทราบว่าเป็นการ Mount แบบ Read Only ซึ่งไม่สามารถเขียนทับข้อมูลเข้าไปได้

จบละครับ

Share/Save

Leave a Comment November 8, 2011

การติดตั้ง Notepad++ บน Ubuntu 11.10

เมื่อวานเพิ่งติดตั้ง Ubuntu 11.10 สดร้อนๆ เลยครับ
ก็พยายามติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ให้เหมือนเดิม หนึ่งในนั้นคือ Notepad++ editor ที่น่าใช้ตัวนึง
น่าเสียดายที่ตอนนี้ Notepad++ ยังไม่มี version ที่สามารถติดตั้งบน Linux ได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถติดตั้งได้ซะทีเดียว เราสามารถติดตั้ง .exe ได้โดยใช้ความสามารถของ wine เข้ามาช่วย
อย่างแรกคุณต้องติดตั้ง wine ก่อน

sudo installl wine

จากนั้นเข้าไป download Notepad++ จาก http://notepad-plus-plus.org/download/
โหลดเสร็จแล้วเปิด terminal ขึ้นมาครับ ผม save npp.5.9.4.Installer.exe ไว้ที่ ~/Downloads ก็ cd ไปที่ ~/Downloads save ไว้ที่ไหนก็เข้าไปที่นั้นแหละครับ

cd ~/Downloads

มาเริ่มติดตั้งกันเลยโดยใช้คำสั่ง

wine npp.5.9.4.Installer.exe

จากนั้นจะมี Wizard ขี้นมาก็ next อย่างเดียวได้เลยครับ

Leave a Comment October 15, 2011

Ubuntu Server x86_64 error : bash: ./xxxxx: No such file or directory

วันนี้ remote ไปแก้ปัญหาบน server ของเพื่อนมาครับ คือ เขาจะรัน shoutcast บน ubuntu 10.04 เขาก็โหลด shoutcast มาแล้วแตก tar.gz ออกมาให้เรียบร้อยแล้ว แต่รัน ./sc_serv ไม่ได้มันจะ error

bash: ./sc_serv: No such file or directory

ตลอดเวลาเลยทั้งๆ ที่มีไฟล์ sc_serv อยู่ในเครื่อง ครั่นว่าจะลืม chmod ก็ลอง chmode +x sc_serv ก็ทำแล้ว แต่ก็ยัง error เห็นดังนั้นก็เอะใจว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอนเลยเอา error ไป search ใน google ดู ก็ไปเจอในกระทู้ต่างประเทศ ซึ่งบอกว่า Ubuntu เป็นตัว 64bit แต่ไม่ได้ติดตั้ง packages สำหรับรันโปรแกรม 32bit ไว้จึงทำให้เกิด error ดังกล่าว วิธีแก้ไขปัญหานี้ไม่ยากครับแค่ใช้คำสั่ง

sudo apt-get install ia32-libs

แล้วก็ลองไปสั่งรัน ./sc_serv ก็รันผ่านฉลุยครับ

1 Comment October 11, 2011

แนะนำเว็บ Generate Barcode สำหรับ Tape LTO

http://tapelabels.librelogiciel.com/ ตามนี้เลยครับ

Leave a Comment October 4, 2011

วิธีเพิ่ม Memory บนเครื่อง RHEL 5.5 Xen Host

วันนี้เจอปัญหาจากทีม Developer แจ้งว่า Network ในระบบช้าซึ่งความจึงแล้วมันไม่น่าจะช้าเพราะ Network เป็น 10GbE ทั้งหมดแต่ Developer แจ้งมาว่ามันวิ่งแค่หน่วยเป็น Kbps

[root@javacluster ~]# scp vm.tar root@192.191.3.17:~/. root@192.191.3.17's password: vm.tar 0% 34MB 47.5KB/s 119:38:22 EKilled by signal 2.

เมื่อดูจาก log ที่เขาส่งมาให้ก็แปลกใจมากๆ เพราะมันไม่น่าจะช้าขนาดนั้นเลย วันนี้เข้ามาทำงานเลยตรวจสอบทั้งอุปกรณ์ Network และเครื่อง Server ก็ปกติ
แต่ที่ไม่ปกติก็คือ Memory ของเครื่องที่ Developer ใช้งานถึงได้น้อยแค่ 512MB

[root@javacluster ~]# free -m total used free shared buffers cached Mem: 512 503 8 0 2 169 -/+ buffers/cache: 331 180 Swap: 29631 0 29631

ทั้งที่จริงมันมีมากถึง 64GB ก็มาพบสาเหตุของปัญหาเป็นเพราะว่าเครื่อง Server ดังกล่าวรันเป็น Xen Host ซึ่ง Default ของ Parameter ตอนน boot เข้า RHEL ถูกตั้งไว้ที่ 512MB เท่านั้น เลยทำการเปลี่ยนให้เป็น 4GB โดยการเข้าไปแก้ไขไฟล์ /etc/grub.conf

จาก

title Red Hat Enterprise Linux Server (2.6.18-194.el5xen) root (hd0,0) kernel /xen.gz-2.6.18-194.el5 dom0_mem=512MB module /vmlinuz-2.6.18-194.el5xen ro root=/dev/VolGroup00/LogVol00 rhgb quiet module /initrd-2.6.18-194.el5xen.img

เป็น

title Red Hat Enterprise Linux Server (2.6.18-194.el5xen) root (hd0,0) kernel /xen.gz-2.6.18-194.el5 dom0_mem=4096MB module /vmlinuz-2.6.18-194.el5xen ro root=/dev/VolGroup00/LogVol00 rhgb quiet module /initrd-2.6.18-194.el5xen.img

เปลี่ยนเสร็จแล้วอย่าลืม reboot เครื่องนะครับ
ความเร็วของ Network หลังจากเพิ่ม Memory ของเครื่อง Xen Host เพิ่มขึ้นทันตาครับ

[root@javacluster ~]# scp vm.tar root@192.191.3.17:~/. root@192.191.3.17's password: vm.tar 19% 340MB 41.5MB/s 20:22 EKilled by signal 2.

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : http://helpinlinux.blogspot.com/2011/06/how-to-increase-memory-size-of-domain-0.html

August 3, 2011

วิธีทำ Local Repository สำหรับ RHEL 5.5 จากแผ่น DVD

วันนี้ขอไม่ลงรายละเอียดมากนะครับ เน้นกันลืม

Local Repository ก็คือการทำให้เครื่อง Server RHEL ของเราสามารถสั่ง yum แบบ offline ได้นั้นเองครับ
คือไม่ต้องต่อ Internet (ถึงต่อก็ yum ไม่ได้ถ้าไม่ซื้อ Subscription License) วิธีนี้เป็นการนำ rpm จากแผ่น dvd ที่ใช้ติดตั้งมาเก็บไว้ในเครื่อง
ทำให้สามารถสั่ง yum เพื่อช่วยในการติดตั้ง package ต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ใครที่เคยติดตั้ง rpm เองคงรู้ดีว่า dependency package นั้นเป็นอะไรที่จุกจิกกวนใจ จะติดตั้ง package นี้ต้องไปติดตั้งไอ้โน้น ไอ้นี้ มาก่อนนะ

แต่ด้วยคำสั่ง yum install xxxx มันเข้ามาช่วยทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ กล่าวคือ yum จะตรวจสอบหา dependent package ให้เอง จะติดตั้ง package a อะไรที่ a ต้องใช้ yum ก็จะติดตั้งให้เอง โอ้สะดวกดีแท้

ขั้นตอนมีคร่าวๆ ดังนี้
1. mount dvd iso
2. ใช้คำสั่ง createrepo เพื่อสร้าง package list และ group list

มาดู detail กันครับ
1. ผมมี .iso ของ rhel 5.5 อยู่ใน hdd ครับผมก็เลย upload rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso ไปไว้ที่ Server ที่ต้องการจะ config local repository ใครไม่มี .iso ก็เอาแผ่น dvd ที่มีอยู่ใน burn เป็น .iso ก่อนก็ได้ครับ (หรือจะ copy path Server ในแผ่นไปไว้ที่เครื่องก็ได้ แต่วิธีที่ผมจะสอนวันนี้ใช้ .iso) ผมเอาไฟล์ rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso ไปไว้ที่ /opt

/opt/rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso

2. สร้าง Mount Point สำหรับใช้เก็บไฟล์ที่ Mount มาจาก rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso

mkdir -p /dvd/actual

3. มา Mount กันเลย

mount -r -t iso9660 -o loop /opt/rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso /dvd/actual

4. Mount เสร็จแล้วก็ติดตั้ง Package createrepo ก่อน

cd /dvd/actual/Server
rpm -ivh createrepo*.rpm

5. กลับมายัง ณ ตำแหน่ง /dvd

cd /dvd

6. ติดตั้ง Package createrepo เสร็จแล้วก็สามารถ Repository file กันต่อ อย่าลืมว่าตอนนี้คุณต้องอยู่ที่ /dvd pwd ดูก็ได้

createrepo .

**อย่าลืมใส่ . ด้วยนะ

7. เสร็จแล้วเราจะได้ /dvd/repodata ข้างในมีไฟล์ .gz กับ .xml 2-3 ไฟล์

8. ทำการ copy GPG Key จากในแผ่นไปไว้ที่ /opt

cp /dvd/actual/*GPG* /opt

9. ที่นี้มาก็มาสร้าง /etc/yum.repos.d/dvd.repo กันจะ vi หรือ nano หรือ pico ก็แล้วแต่สะดวก แต่ขอให้ข้างในไฟล์มีเนื้อหาดังนี้

[dvd]
name=RHEL5DVD
baseurl=file:///dvd
enabled=1
gpgcheck=1
gpgkey=file:///opt/RPM-GPG-KEY-redhat-release file:///opt/RPM-GPG-KEY-redhat-beta

10. แค่ 9 ขั้นตอนข้างต้นก็เพียงพอสำหรับ yum install xxxx แต่มันจะยัง yum grouplist ไม่ได้ นั้นคือไม่สามารถติดตั้ง Package แบบ Group ได้ เช่น yum groupinstall “Web Server” จะยังไม่ได้ ประเด็นที่เขียนบทความนี้ก็เพราะลองทำตอนแรกมันสั่ง yum grouplist ไม่ได้นี่หละครับ เลยต้องมาเขียนกันลืมไว้ เรามาแก้ปัญหานี้ไปพร้อมๆ กัน ขั้นตอนต่อมา คือทำการ copy ไฟล์ /dvd/actual/Server/repodata/comps-rhel5-server-core.xml ไปไว้ที่ /dvd/repodata

cp /dvd/actual/Server/repodata/comps-rhel5-server-core.xml /dvd/repodata

11. ทำการ regenerate เนื้อหาของไฟล์ /dvd/repodata/comps-rhel5-server-core.xml ซะใหม่โดย

cd /dvd
createrepo -g repodata/comps-rhel5-server-core.xml .

** อย่าลืมเติม .

12. ลอง recheck ขั้นตอนกันหน่อย

- mount .iso ไปไว้ที่ /dvd/actual หรือยัง

- ติดตั้ง createrepo แล้ว ?

- สั่ง createrepo ซึ่งจะได้ /dvd/repodata แล้ว ?

- ทำการ copy GPG Key จากแผ่นไปไว้ที่ /opt แล้ว ?

- สร้างไฟล์ /etc/yum.repos.d/dvd.repo แล้ว ?

- copy ไฟล์ comps-rhel5-server-core.xml ไปเก็บไว้ที่ /dvd/repodata/ และทำการ regenerate ไฟล์ใหม่ด้วยคำสั่ง creatererp -g แล้ว ?

ถ้าคุณทำครบทุกขั้นตอนก็ตามข้างต้นก็ลองมา yum กันเลย

13. สั่ง yum กันโลด

yum clean all

yum update

yum makecache

yum install httpd

yum grouplist

yum groupinstall “Web Server”

14. yum ผ่านแล้วอยากให้ yum ได้ทุกครั้งที่เปิดเครื่องก็เอา

/opt/rhel-server-5.5-x86_64-dvd.iso /dvd/actual iso9660 defaults,ro,loop 0 0

ไปใส่ไว้ในไฟล์ /etc/fstab ก็เป็นอันจบข่าว

ใครทำไม่ได้หรือติดตรงไหน comment บอกกันไว้ได้เลย

Good Luck ;)

แหล่งข้อมูล :

http://openbysource.blogspot.com/2007/02/configuring-yum-in-rhel5-for-dvd-source.html
http://www.linuxquestions.org/questions/linux-software-2/yum-grouplist-setup-on-custom-repo-655529/ 

3 Comments July 19, 2011

วิธีเพิ่ม Swap โดยไม่ต้องสร้าง Partition ใหม่

ขั้นตอนง่ายๆ ครับ ไม่มีอะไร ไม่ต้องแบ่ง partition ใหม่ให้ยุ่งยาก แค่สร้าง dump file ขึ้นมาให้เท่ากับขนาดของ swap ที่ต้องการได้เลยโดยใช้คำสั่ง

1. สร้างพื้นที่สำหรับใช้เป็น swap

root@mrgill-laptop:~# dd if=/dev/zero of=/tmp/newswap bs=1MB count=1024

ตัวอย่างผมสร้างไฟล์ขนาด 1GB เพื่อจะใช้เป็น swap (อยากได้กี่ GB ก็คำนวนเอานะครับ x * 1024)

2. เมื่อได้ไฟล์ /tmp/newswap มาแล้วก็ถึงขั้นตอนการสร้าง newswap ให้เป็น swap โดยใช้คำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# mkswap /tmp/newswap

3. เรียกใช้งาน newswap ที่เพิ่งสร้างไปจากขั้นตอนที่ 2 โดยใช้คำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# swapon /tmp/newswap

4. ทดสอบเรียกดูว่า swap เพิ่มขึ้นหรือเปล่าด้วยคำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# free -m

5. หากต้องการให้ swap ที่สร้างถูกเรียกใช้งานเองทุกครั้งที่ restart server ก็ให้ไปเพิ่มบรรทัดด้านล่างเข้าไปในไฟล์ /etc/fstab ดังนี้ครับ

/tmp/newswap swap swap defaults 0 0

ถ้าต้องการเอาไฟล์ swap ไฟล์ที่สร้างเองออกก็ใช้คำสั่ง

root@mrgill-laptop:~# swapoff /tmp/newswap
root@mrgill-laptop:~# rm -rf /tmp/newswap

ลบแล้วก็อย่าลืมไปเอาบรรทัดที่เพิ่มเข้าไปในไฟล์ /etc/fstab ออกด้วยนะครับ
ไม่งั้นเดี่ยวจะติดปัญหาตอน boot ต้องใช้แผ่น rescure เข้าไปแก้ไฟล์ /etc/fstab ยุ่งยากไปกันใหญ่

แหล่งข้อมูล : http://www.linuxreaders.com/2009/10/28/how-to-modify-swap-size/

Leave a Comment July 13, 2011

ขนาดใหญ่สุดของ ASM Disk สำหรับ Oracle

ได้รับมอบหมายให้สร้าง Volume บน SAN เพื่อ Present Disk ให้เครื่อง Database Server ครับ

DBA ขอ Volume ขนาด 3.5 TB มาครับ ก็จัดให้ไป

เขาไปติดตั้ง Oracle RAC บน RHEL 5.5 x86_64

ถึงตอนติดตั้ง Oracle เขาก็เอา 3.5 TB ไปให้ตรงๆ เลยแบ่งแค่ Partition เดียวขนาด 3.5 TB เลย

ใช้ parted ในการสร้าง Partition Disk ขนาด 3.5 TB เพราะใช้ fdisk แบ่ง Partition สูงสุดได้ไม่เกิน 2.2 TB

เอา Partition 3.5 TB ที่สร้างได้ไป Map กับ Oracle ASM ชื่อ DISK1

มาถึงขั้นตอนการติดตั้ง Grid Clusterware ตอน Verify มันก็บอกว่า ASM Disk fail ก็ DBA ก็เลยลอง Ignore ผ่านไปจนมาถึงขั้นตอนรัน root.sh

มันก็ฟ้องมาเลยครับว่า Maximum ASM Disk มีขนาดใหญ่สุดต่อก้อนได้ไม่เกิน 2TB ดังรูป

Oracle Maximum ASM Size

 

ซึ่งวิธีแก้ปัญหานี้ก็ไม่ยากครับ ก็แค่แบ่ง Partition ใหม่โดยแบ่ง 3.5 TB ออกเป็น 1.75 TB 2 Partition แล้ว Add เข้าไปเป็น DISK1 และ DISK2

Oracle จะนำพื้นที่มา Stripe รวมกันให้เอง

3.4 TB

เรียบร้อยโรงเรียนกิว

Leave a Comment July 13, 2011

วิธี Decode Base64 Mail MIME ด้วย Munpack

เรื่องมันมีอยู่ว่าผมใช้งาน TOTNetCall ครับ แล้วที่นี้ผมก็รอให้ระบบส่ง User กับ Password มาให้ รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มีอะไรส่งมาเลย มีแต่ mail welcome ส่งมาให้ซึ่งดูเหมือน Mailscan ของ TOT จะแจ้งว่ามันเป็น Spam ด้วย เลยทำให้เนื้อ mail ที่แท้จริงถูกส่งมาเป็นไฟล์แนบชื่อว่า noname ซึ่งไม่สามารถเปิดด้วย text editor ทั่วไปได้เพราะถูกเข้ารหัสเป็น base64 มาเห้อ

root@mrgill-laptop:~/Desktop# cat noname Received: from BACKOFFICE (unknown [203.113.125.93]) by mail.totbb.com (Postfix) with ESMTP id F05323F9DE for ; Thu, 31 Mar 2011 19:37:58 +0700 (ICT) MIME-Version: 1.0 From: TOTnetcall To: phmont@gmail.com Date: 31 Mar 2011 19:37:58 +0700 Subject: =?utf-8?B?4Lii4Li04LiZ4LiU4Li14LiV4LmJ4Lit4LiZ4Lij4Lix4Lia4Liq4Li54LmI4Lia4Lij4Li04LiB4Liy4LijIFRPVCBuZXRjYWxsIChXZWxjb21lIHRvIFRPVCBuZXRjYWxsIFNlcnZpY2Up?= Content-Type: text/html; charset=utf-8 Content-Transfer-Encoding: base64 Message-Id: <20110331123758.F05323F9DE@mail.totbb.com> PGJyPuC4ouC4tOC4meC4lOC4teC4leC5ieC4reC4meC4o+C4seC4muC4hOC4 uOC4kyAgTW9udHJlZSAgUGhvbWthbSDguYDguJvguYfguJnguKrguKHguLLg uIrguLTguIEgVE9UIG5ldGNhbGw8L2JyPlVzZXJuYW1lIDogMDYwMDA0NzU5 NiAgUGFzc3dvcmQgOiBGR0MxWEM8YnI+4LmC4Lib4Lij4LmC4Lih4LiK4Lix 4LmI4LiZIDogUHJlcGFpZDwvYnI+PGJyPuC4q+C4oeC4suC4ouC5gOC4q+C4 leC4uCA6IFVzZXJuYW1lICDguITguLfguK0gVE9UIG5ldGNhbGwgSUQg4LiC 4Lit4LiH4LiE4Li44LiTPC9icj48YnI+PC9icj48YnI+V2VsY29tZSB0byBU T1QgbmV0Y2FsbCBTZXJ2aWNlPC9icj48YnI+UHJvbW90aW9uOiBQcmVwYWlk LCBVc2VybmFtZTogMDYwMDA0NzU5NiwgUGFzc3dvcmQ6IEZHQzFYQzwvYnI+ PGJyPioqKiBEb3dubG9hZCBTb2Z0cGhvbmUgIOC5hOC4lOC5ieC4l+C4teC5 iCAgaHR0cDovL3d3dy50b3RuZXRjYWxsLmNvbSA8L2JyPjxicj5UaGFuayB5 b3U8L2JyPg==

ผม mail ไปหา support@totnetcall.net ระบบมันก็แจ้งว่าได้รับ Ticket แล้ว ณ วันนี้ยังไม่มี Support ของ totnetcall สักตัวโทรมาหาผมเลย (รักลูกค้าจริงๆ) ผมเลยต้องหาทางแก้ปัญหาของผมเอง ก็อาศัย google อีกเช่นเคยหา key word ที่เกี่ยวกับการ decode base64 ก็ได้เจอจาก blog guru ท่านนึงเค้าได้เขียนไว้ว่าให้ติดตั้ง mpack บน ubuntu ผมก็ลองทำดูโดย

root@mrgill-laptop:~# apt-get install mpack

เมื่อติดตั้งแล้วก็จะมี tool ที่ชื่อว่า munpack มาด้วย วิธีการใช้งาน munpack นั้นแสนง่ายเพียงแค่ cat ไฟล์แนบที่ส่งมาแล้ว pipe ไปหา munpack เราก็จะได้ไฟล์ที่อยู่ในไฟล์แนบออกมา

ตัวอย่างที่ผมทำ

root@mrgill-laptop:~/Desktop# cat noname | munpack munpack: reading from standard input Did not find anything to unpack from standard input

เนื่องจากไฟล์แนบที่ผมได้รับจาก mailscan ของ totnetcall ไม่มีไฟล์แนบอยู่ในนั้นเลยทำให้ไม่ได้ output ที่เป็นไฟล์แนบข้างใน แต่ munpack จะสร้างไฟล์ tempdesc.txt มาให้ซึ่งเป็นเนื้อข้อความที่อยู่ในไฟล์ noname ออกมาซึ่งก็คือ

munpack tempdesc.txt output

จะเห็นว่าเมื่อผม cat tempdesc.txt ก็จะเห็นเนื้อข้อความใน mail ที่แท้จริง(ถูกถอดรหัสแล้วนั้นเอง)

สุดท้ายนี้ฝากผู้ดูแลของ TOTNetCall ช่วยดู Mailscan ของท่านด้วยครับ มันได้สร้างความลำบากให้กับลูกค้าอย่างผมเป็นอย่างมาก(เซ็ง TOT)

ใครอยากลองทำก็ลองโหลด noname ของผมไปเล่นดูก็ได้ครับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : http://linux.dsplabs.com.au/munpack-mime-base64-multi-part-attachment-php-perl-decode-email-pdf-p82/

Leave a Comment April 2, 2011

Shell In A Box ลองใช้กันดู

สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนานกับการเขียน blog เรื่อง linux วันนี้มาเขียนเรื่อง shell in a box ครับ
พอดีได้รู้จักเจ้า Package ตัวนี้โดยบังเอิญเพราะลองติดตั้ง Zimbra Turnkey Linux แล้วสะดุดใจกับ Web Shell ของมันที่มี Port 12320 ว่ามันคืออะไรก็เลยลองเปิด Browser ไปที่ http://zimbrahost:12320 ดูก็เลยรู้ว่ามันเป็น Web Shell อย่างที่ชื่อมันบอกจริงๆ คือมีหน้าจอให้เรา Login Shell ผ่านหน้า Browser กันเลย แล้วผมก็ลอง netstate ดูใน Terminal ก็พบว่า Port 12320 เป็นของ Service ที่มีชื่อว่า shellinabox

root@zimbra:~# netstat -pant Active Internet connections (servers and established) Proto Recv-Q Send-Q Local Address Foreign Address State PID/Program name tcp 0 0 0.0.0.0:12320 0.0.0.0:* LISTEN 11602/shellinaboxd tcp 0 0 0.0.0.0:12321 0.0.0.0:* LISTEN 11631/perl tcp 0 0 0.0.0.0:7780 0.0.0.0:* LISTEN 13272/httpd tcp 0 0 127.0.0.1:389 0.0.0.0:* LISTEN 11752/slapd tcp 0 0 127.0.0.1:10024 0.0.0.0:* LISTEN 13153/amavisd (mast tcp 0 0 127.0.0.1:10025 0.0.0.0:* LISTEN 13973/master tcp 0 0 127.0.0.1:7306 0.0.0.0:* LISTEN 12440/mysqld tcp 0 0 127.0.0.1:7307 0.0.0.0:* LISTEN 12171/mysqld tcp 0 0 0.0.0.0:3310 0.0.0.0:* LISTEN 13214/clamd tcp 0 0 0.0.0.0:465 0.0.0.0:* LISTEN 13973/master tcp 0 0 0.0.0.0:25 0.0.0.0:* LISTEN 13973/master tcp 0 0 127.0.0.1:7306 127.0.0.1:56248 ESTABLISHED 12440/mysqld

การตามหา Shell In A Box ยังไม่เสร็จสิ้นหลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นมาแล้วก็เลยเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมใน Google ก็ได้ทราบว่า Shell In A Box อยู่ใน Google Code : http://code.google.com/p/shellinabox/ รายละเอียดเข้าไปดูกันได้ครับ ผมเลยลองโหลดตัว shell in a box ที่เป็น .deb มาลองติดตั้งบน Ubuntu Desktop ของผมดู

mrgill@mrgill-laptop:~$ dpkg -i shellinabox_2.10-1_amd64.deb

ติดตั้งเสร็จก็สามารถเรียกใช้งานได้เลยครับที่ Port 4200 ผลการทดสอบก็ได้ผลดังนี้ครับ

Shell In A Box

สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยน Port 4200 เป็น Port อื่นก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้ที่ /etc/default/shellinabox ครับ

root@mrgill-laptop:/etc/default# cat shellinabox # Should shellinaboxd start automatically SHELLINABOX_DAEMON_START=1 # TCP port that shellinboxd's webserver listens on SHELLINABOX_PORT=4200 # Parameters that are managed by the system and usually should not need # changing: # SHELLINABOX_DATADIR=/var/lib/shellinabox # SHELLINABOX_USER=shellinabox # SHELLINABOX_GROUP=shellinabox # Any optional arguments (e.g. extra service definitions) # We disable beeps, as there have been reports of the VLC plugin crashing # Firefox on Linux/x86_64. SHELLINABOX_ARGS=--no-beep

อยากเปลี่ยนเป็น Port อะไรก็ตามใจชอบกันเลยครับ
สำหรับ Production Server ก็ต้องคิดกันหนักหน่อยนะครับว่าจะอนุญาตในระดับไหน ยิ่งเราเปิดช่องทางให้ Remote เข้าไปถึง Server เยอะเท่าไหร่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

Leave a Comment March 11, 2011


Recent Entries

Random Posts

Social Network

Tag Cloud

Calendar

December 2018
S M T W T F S
« Jun    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

Twitter: imrgill

RSS LinuxToday

RSS HowToForge

RSS UbuntuClub

RSS Blognone

RSS PowerWindowsBlog

Tag

Categories

Archives

Blogroll